น้ำตกไอร์ซือดอร์

คำอธิบาย


น้ำตกไอร์ซือดอร์อยู่ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป แต่อยู่คนละทิศทางกับน้ำตกชีโป ตำแหน่งของน้ำตกไอร์ซือดอร์อยู่บริเวณบ้านคอตอและบ้านตะเคียนต้นเดียวในตำบลศรีบรรพตของฝั่งอำเภอศรีสาครบนถนนท้องถิ่นสาย นธ.5027 ถ้าวิ่งมาจากอำเภอระแงะ ตลอดเส้นทางเป็นถนนสองเลนแคบๆผ่านภูเขาสูงและป่าตลอด จากนั้นมีทางตัดเข้าถนนลูกรังเล็กๆทางขวามือบนภูเขาต่อ โดยเส้นทางบางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่ออยู่บ้าง วิ่งเข้ามาอีก 3 กิโลเมตร ก็ถึงตัวน้ำตก โดยก่อนทางเดินลงน้ำตกชั้นที่ 1 จะมีลานดินที่สามารถจอดรถได้ และจากจุดจอดรถนี้สามารถมองเห็นน้ำตกชั้นที่ 1 จากระยะไกลได้ด้วย

เมื่อเดินลงมาที่น้ำตกชั้น 1 แล้ว สายน้ำที่ไหลผ่านพร้อมเสียงดังกึกก้องเบื้องหน้าสะกดสายตาทีเดียว การขึ้นสู่ชั้นบน ให้เดินตามทางลาดชันของดินริมเขาและแผงหินฝั่งซ้ายข้างน้ำตกขึ้นไป และนับตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 5 หลายจุดมีแอ่งน้ำให้เล่นได้ (แต่ต้องไม่ใช่ช่วงที่ฝนตกชุกและน้ำไหลแรง) ส่วนความงดงามของน้ำตก แทบไม่น่าเชื่อว่า ถนนสายท้องถิ่นบนภูเขาที่นี่จะซ่อนธรรมชาติที่สวยงามไว้ขนาดนี้ และสิ่งหนึ่งที่เป็นดัชนีวัดความสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ ถ้าใครโชคดีได้เห็นก็คือ ตัวนาก(ที่ส่งเสียงร้องและดำผุดดำว่ายบริเวณแอ่งน้ำตกชั้นที่ 5)นั่นเอง



น้ำตกไอร์ซือดอร์อยู่กลางภูเขาบนถนนสายท้องถิ่นสองเลนแคบๆและต้องเลี้ยวเข้าถนนสายลูกรังเล็กๆที่บางช่วงเป็นทางไม่สมบูรณ์อีกทอด วิวสองข้างทางมีแต่ป่าเขียวชอุ่ม ไม่ค่อยมีบ้านผู้คน แต่ยิ่งเข้ามา ก็ยิ่งแปลกใจและตะลึงกับความสวยงามที่ซ่อนตัวกลางธรรมชาติ ช่างเป็นความคุ้มค่ากับการเดินทางเสียจริง
บน – ด้วยมวลน้ำที่ไหลแบบเต็มเปี่ยม ทำให้เสียงน้ำดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ แต่ในยามที่น้ำไม่หลากขนาดนี้ จะมีคนในละแวกมาเล่นน้ำจุดนี้เนื่องจากเป็นลานหินที่กว้างที่สุดของตัวน้ำตก และเมื่อมองไปไกลๆ เราจะเห็นน้ำตกชั้นที่หนึ่งอยู่เบื้องหน้า ขณะที่มองขึ้นไปจะเป็นน้ำตกชั้นที่สาม ส่วนชั้นที่สองไม่สามารถเห็นจากด้านล่างได้ (จากภาพ มุมนี้เป็นจุดแรกที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้เห็น)
ซ้ายบน – กลับไปชมทางเข้าน้ำตกกันก่อน บนนี้เป็นลานดินสำหรับจอดรถ โดยมีป้ายไม้เขียนชื่อน้ำตกอยู่ทางขวาและมีทางเดินธรรมชาติลงสู่น้ำตกชั้นแรกอยู่ใกล้ๆ
ขวาบน – ระหว่างทางเดินสู่น้ำตกชั้นแรกจะเห็นปริมาณน้ำเต็มพิกัดไหลท่วมลานหินออกไป
กลาง – เรามาถึงน้ำตกชั้นที่หนึ่งแล้ว และนี่ก็คือภาพความสวยงามของน้ำตก แอ่งน้ำหน้าน้ำตกลึกและมีกระแสน้ำแรง
ซ้ายล่าง – ตอนนี้ทีมงานกำลังลัดเลาะข้างภูเขาขึ้นสู่ชั้นต่อไป กระแสน้ำเชี่ยวกรากกำลังสาดตัวลงสู่น้ำตกชั้นที่หนึ่งด้วยเสียงเดซิเบลของน้ำที่ไม่ต้องพูดถึง
ขวาล่าง – แต่ก่อนจะชมน้ำตกชั้นที่สอง เส้นทางดินจากชั้นหนึ่งไปชั้นสองไม่ธรรมดาเลย บางช่วงก็รกระเกะระกะ

 



เส้นทางขึ้นจากชั้นหนึ่งสู่ชั้นสองไม่ง่ายอย่างที่คิด
ซ้ายบน – หลายช่วงเป็นทางลาดเอียงอย่างที่เห็น ประเด็นสำคัญคือ ลื่นมาก เนื่องจากเป็นช่วงฝนตกชุก

ขวาบน – บางช่วงก็มีก้อนหินและขอนไม้ผุมาขวาง
ขวากลาง – น้ำตกชั้นที่สอง(เหนือตัวอักษร karn)อยู่เบื้องหน้าเราแล้ว ขณะที่มุมไกลเป็นน้ำตกชั้นที่สาม(ซึ่งเห็นเพียงบางส่วนเพราะโดนพุ่มไม้บัง)

ซ้ายกลาง – ตอนนี้ด้านข้างเราเป็นน้ำตกชั้นที่สอง ชั้นนี้มีหน้ากว้างแคบและเตี้ยกว่าน้ำตกชั้นอื่นๆ ทำให้มวลน้ำเบียดกระแทกกันกระหึ่มเป็นสีขาวโพลน
ขวาล่าง – จุดนี้เป็นน้ำตกชั้นที่สาม ซึ่งมีแอ่งน้ำขนาดย่อมอยู่หน้าน้ำตก ความแรงของน้ำยังคงไม่ลดละ
ซ้ายล่าง – จากชั้นสาม ทีมงานกำลังขึ้นสู่ชั้นที่สี่ (จากภาพ หลังจากปีนขึ้นมา เราจะเห็นน้ำข้างทางกำลังไหลลงสู่น้ำตกชั้นที่สาม)

 



เดินหน้าสำรวจต่อ
ซ้ายบน – จากน้ำตกชั้นก่อนหน้า เมื่อขึ้นมาด้านบน ก็เป็นภาพลานหินกว้างอีกจุด ส่วนมุมไกลลิบๆสามารถเห็นน้ำตกชั้นที่สี่ได้
ขวาบน – ภาพความแรงของน้ำที่ซัดผ่านลานหิน ก่อนจะไหลลงไปเป็นน้ำตกชั้นที่สาม
ซ้ายกลางบน – จุดนี้เป็นน้ำตกชั้นที่สี่แล้ว กระแสน้ำถาโถมลงมาเต็มสูบ
ขวากลาง - ภาพของสายน้ำที่ไหลลงสู่ชั้นที่สี่
ซ้ายกลางล่าง – น้ำตกชั้นที่ห้าอยู่แค่เอื้อม
ซ้ายล่าง - แล้วเราก็มาถึงน้ำตกชั้นที่ห้า ซึ่งเป็นไฮไลต์ที่คนส่วนใหญ่มากัน โดยหน้าน้ำตกมีแอ่งน้ำให้เล่น(ในยามหน้าน้ำไม่หลาก) (จากภาพ ตอนนี้ทีมงานขอหลบฉากมาอยู่มุมข้างก่อน เพราะอยากให้ทุกคนเห็นว่า น้ำที่ซัดลงมากระแทกหินด้านข้างอย่างแรง จะกลายเป็นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วในภาพถัดไป ซึ่งเราจะเข้าใจทันที ถ้ายืนมองจากหน้าน้ำตก)
ขวาล่าง – ละอองน้ำกระเซ็นเป็นมุมกว้างจนเปียกปอนไปหมด แม้จะอยู่ห่างจากน้ำตกก็ตาม (แต่ระหว่างที่ทีมงานกำลังเก็บภาพ ก็พบเสน่ห์ของธรรมชาติแบบไม่ตั้งใจ ซึ่งตอนแรกได้ยินแต่เสียง ไม่สามารถหาต้นตอเจอ แม้จะกวาดสายตาอยู่นาน แต่ไม่ช้า จุดกำเนิดของเสียงก็ปรากฏตัวให้เราเห็น นั่นคือตัว“นาก”ที่โผล่ขึ้นมาจากแอ่งน้ำหน้าน้ำตก แล้วม้วนตัวหายกลับลงไปโดยไม่หวั่นกระแสน้ำแต่อย่างใด การที่เราเห็นตัวนากบริเวณนี้ก็เป็นดัชนีวัดความสมบูรณ์ผืนป่าได้ดี) (จากภาพ
เมื่อมองขึ้นไป ทุกคนสามารถเห็นน้ำตกชั้นที่หกและเจ็ดได้ด้วย แต่เส้นทางไม่เหมาะที่จะขึ้นในฤดูฝนชุก)

TODAY THIS MONTH TOTAL
3 399 41285
Copyright : 2018 KarnDernTang.com ขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ตามกฎหมาย ห้ามทำซ้ำหรือคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทรับทำเว็บไซต์ Design By cw.in.th

Scroll To Top