ถ้ำลอด (ถ้ำน้ำลอด)

คำอธิบาย


ถ้ำลอด(หรือถ้ำน้ำลอด)อยู่หมู่ที่ 1 บ้านถ้ำลอด ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ในความรับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มแม่น้ำปาย บริเวณนี้เป็นพื้นที่หินปูน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหินปูนที่ทอดยาวมาจากรัฐฉานของประเทศเมียนมาร์ พื้นที่ส่วนใหญ่ของถ้ำลอดเป็นสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด ประกอบด้วยเขาหินปูนชนิดแม่ละนาจำนวน 4 ยอด มีเนื้อที่ประมาณ 3,125 ไร่

โดยรอบถ้ำลอดเป็นหุบเขาขนาดเล็ก มีร่องน้ำธรรมชาติ และมีบรรยากาศร่มรื่น ถ้ำลอดมีลำห้วยชื่อ ลำน้ำลาง ที่ไหลลอดภูเขาไปทะลุอีกด้านหนึ่ง จัดเป็นถ้ำที่เก่าแก่เนื่องจากพบภาพเขียนโบราณและเครื่องมือเครื่องใช้ในถ้ำ สันนิษฐานว่ามีอายุราว 2,000-3,000 ปี ภายในถ้ำมีความยาว 860 เมตรและมีโถงถ้ำขนาดใหญ่อีก 3 ห้องคือ ถ้ำเสาหิน ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน ซึ่งแต่ละห้องมีความงดงามที่แตกต่างกันไป

สำหรับการเที่ยวชม นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินเข้าชมเองได้เนื่องจากภายในถ้ำมืดมาก แต่จะมีบริการตะเกียงพร้อมคนนำทางจากสถานีพัฒนาถ้ำน้ำลอดไว้คอยบริการแก่นักท่องเที่ยวในราคา 500 บาทต่อ 1 กลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 4 คน เนื่องจากแพ 1 ลำ นั่งได้สูงสุดที่ 4 คน (อนึ่ง ราคาอาจขึ้นลงได้บ้างเล็กน้อย)



ด้วยความที่ถ้ำลอดเป็นถ้ำใหญ่ที่มีน้ำลอดผ่าน กิจกรรมในความมืดที่อัดแน่นมาแบบรวดเดียวทำให้ทีมงานสนุกและเพลินในทุกก้าวของแสงแห่งตะเกียงที่พี่ไกด์นำทางไปจริงๆ แถมบางเรื่องไม่คิดว่าจะมีอยู่ในถ้ำ ก็มีกับเขาด้วย ขนาดกลับมาถึงบ้านแล้ว ความสนุกยังทุ้มอยู่ในใจอยู่เลย
- จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและจุดจำหน่ายตั๋ว หลังจากชำระเงินเสร็จ ทีมงานก็ก้าวเท้าตามหลังพี่ไกด์เป็นระยะทาง 350 เมตรผ่านป่าเขาไปปากถ้ำของถ้ำลอดทันที
ซ้ายบน – ตอนนี้เราอยู่ปากถ้ำแล้ว เพดานปากถ้ำมีทั้งมุมสูงและมุมเตี้ย สภาพแวดล้อมปากถ้ำเหมือนอยู่ดาวเคราะห์นอกโลกสักแห่ง สวยและแปลกตาดี และนับจากนี้นักท่องเที่ยวจะได้ผจญภัยกับเส้นทางอีก 860 เมตรในถ้ำกว่าจะไปโผล่อีกปากถ้ำด้านหนึ่ง (จากภาพ ด้านหลังนักท่องเที่ยวจะเห็นพื้นน้ำอยู่ด้านล่างด้วย ลำห้วยนี้มีชื่อว่า“ลำน้ำลาง”ซึ่งกำลังไหลจากป่าด้านนอกเข้าสู่ถ้ำด้านในไปทางขวาของภาพเพื่อออกสู่ปากถ้ำอีกด้านเหมือนที่นักท่องเที่ยวทุกคนกำลังทำ)
- ระหว่างทางเดินในถ้ำ แม้เห็นเป็นเพียงเงารางๆ แต่ก็รับรู้ได้ถึงความกว้างขวางของถ้ำ นอกจากถ้ำลอดที่นักท่องเที่ยวต้องทะลุไปอีกฟากตามลำน้ำลางแล้ว ยังมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยตามผนังถ้ำในถ้ำลอดให้เราเข้าไปสัมผัสอีก 3 ถ้ำด้วยกัน ซึ่งแต่ละถ้ำมีโถงถ้ำใหญ่โตทั้งนั้น เริ่มจากถ้ำแรกคือ“ถ้ำเสาหิน”
ขวาบน – ในถ้ำเสาหินก็เป็นไปตามชื่อเลย โถงถ้ำนี้มีเสาหินอยู่หลายเสา ซึ่งเปรียบเสมือนเสาที่คอยค้ำเพดานและพื้นถ้ำเอาไว้ บางเสาสูงถึง 21.45 เมตร อย่างเช่นเสาหินที่ปรากฏเป็นเงาทะมึนอยู่เบื้องหน้าเราตามภาพ อลังการทีเดียว
ซ้ายล่าง – เรามาชม“เสาหิน”ในระยะใกล้กัน (จากภาพ เสาหินมีลักษณะเป็นแท่งเสา เกิดจากหินย้อยและหินงอกมาบรรจบกัน เสาหินจะมีขนาดใหญ่ขึ้นก็เพราะน้ำที่มีสารละลายหินปูนไหลผ่านลงมาตามผิวของเสา ทำให้เกิดการสะสมตัวของตะกอนหินปูนบริเวณผิวของเสานั่นเอง ส่วนความยาวของเสาขึ้นอยู่กับความสูงของโถงถ้ำ สำหรับความกว้างและความสวยงามก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของตะกอนและระยะเวลาที่มีน้ำไหลผ่านเสา)
- ทีมงานขอคัดตัวอย่างหินงอกหินย้อยที่น่าสนใจมาฝากสักหน่อย
ขวากลาง – “หินน้ำไหล”มีลักษณะคล้ายกับน้ำตก (จากภาพ หินน้ำไหลเกิดจากน้ำที่มีหินปูนละลายอยู่ แล้วไหลผ่านซอกหินอย่างช้าๆ ทำให้เกิดการสูญเสียคาร์บอนไดออกไซด์ ผลึกแร่แคลไซด์จึงตกตะกอนบริเวณผิวของก้อนหิน เกิดการสะสมจากเพดานถ้ำจนถึงพื้นถ้ำ หินน้ำไหลส่วนใหญ่มีสีขาว เมื่อสะท้อนแสงไฟจึงเกิดเป็นประกายแวววาว)
ขวาล่าง – “หลุมยุบ” (จากภาพ การเกิดหลุมยุบมีที่มาจากแผ่นดินไหวหรือการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก โดยส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภายในถ้ำ สำหรับปรากฏการณ์หลุมยุบที่พื้นทรุดตัวลงไปนั้นเนื่องจากการกระทำของน้ำใต้ดินที่กัดเซาะชั้นหินปูน จึงเกิดเป็นโพรงใต้ดินและเมื่อพื้นดินหรือหินตอนบนของโพรงไม่สามารถรับน้ำหนักได้ จึงทรุดตัวลงมาเป็นแอ่งหรือเป็นหลุมนั่นเอง)




จากถ้ำเสาหิน คราวนี้เดินย้อนกลับทางเดิมเพื่อไปถ้ำตุ๊กตากันต่อ นักท่องเที่ยวต้องเดินผ่านสะพานไม้ที่ข้ามลำน้ำลาง แล้วเดินขึ้นบันไดไม้ไปถ้ำตุ๊กตาด้านบน สำหรับถ้ำตุ๊กตาเป็นถ้ำที่กว้างและยาว ภายในมีหินงอกเป็นปุ่มปมเล็กๆคล้ายกับตุ๊กตาเรียงรายอยู่จนกลายเป็นที่มาของชื่อถ้ำ
ซ้ายบน – ทิวทัศน์ในถ้ำตุ๊กตามีหินงอกหินย้อยสวยงามและหลากหลายจนเลือกมองไม่ถูก ตอนนี้เห็นหินเห็นหลืบอะไรขวางทาง เป็นต้องจดต้องจ้องไปซะหมด
ขวาบน – หินย้อยบริเวณผนังถ้ำ
ขวากลาง – บริเวณนี้มีหินงอกหินย้อยรูปทรงตามจินตนาการ
ซ้ายกลาง – หินย้อยรูป“นมสาว”
ซ้ายล่าง – “ดอกไม้ถ้ำ”เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการตกตะกอนของแร่อราโกไนต์และหินปูน ลักษณะการเกิดเหมือนกับการตกตะกอนของตะกอนหินปูน แต่ต่างกันที่การเรียงตัวของผลึก ผลึกของแร่อราโกไนต์เรียงตัวเป็นแนวเส้นรัศมีออกจากจุดศูนย์กลาง(หรือจุดเริ่มต้น) และที่ปลายผลึกอราโกไนต์จะมีตะกอนหินปูนเกาะติดอยู่ รูปแบบของดอกไม้ถ้ำมีหลายแบบ เช่น เส้นหลอดหยัก แท่งตรง แท่งหักงอ ก้อนกลมเล็กๆรวมตัวกัน ฯลฯ
- ในถ้ำตุ๊กตายังมีอะไรให้เราชมอีก
ขวาล่าง - ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ถูกพบในคูหาสูงของถ้ำลอด ซึ่งเป็นภาพของกวาง ธนู และพระอาทิตย์ ภาพนี้วาดมาแล้วประมาณ 2,000-3,000 ปีโดยคนล่าสัตว์ เขาใช้ไม้ไผ่แห้งหรือไม้เกี้ยสำหรับให้แสงสว่างในความมืด (จากภาพ ภาพเขียนที่ผนังเลือนรางไปมากเนื่องจากการลูบสัมผัส ดังนั้นจึงมีป้ายขอความร่วมมือว่า อย่าไปสัมผัสรูปที่ผนังถ้ำ)




เดินวนจนครบ ก็ได้เวลาลงบันไดไม้ แล้วไปพบกับกิจกรรมเพลินๆนั่นคือ การล่องแพตามลำน้ำลางในถ้ำลอดเพื่อไปปากถ้ำอีกด้าน สำหรับแพ 1 ลำนั่งได้ 4 คน ระหว่างทางในถ้ำจะมืด เห็นแต่แสงตะเกียงเล็กๆน้อยๆ รวมทั้งเสียงค้างคาวบนเพดานถ้ำ
บน – ทีมงานล่องแพมาเรื่อยๆ ตอนนี้ใกล้ถึงปากถ้ำอีกด้าน ขนาดวิวที่ยังไม่เห็นปากถ้ำก็น่ามองและชวนลุ้นแล้ว ส่วนแสงรำไรก็ส่งสัญญาณเป็นนัยๆว่า ธรรมชาติกำลังมีเรื่องเซอร์ไพรส์เรา
ซ้ายบน – ปากถ้ำมโหฬารและสวยงามมาก ป่าเขาด้านนอกก็ดูร่มรื่น อะไรที่เราคาดไม่ถึงจากธรรมชาติกลายเป็นความประทับใจทุกครั้งไป
- จากนี้ แพของทุกคนต้องจอดเทียบท่า นักท่องเที่ยวเตรียมลุกจากแพเพื่อไปถ้ำผีแมนต่อ สำหรับถ้ำผีแมน นอกจากมีหินงอกหินย้อย ยังมีเศษเครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือเครื่องใช้เหล็กที่เก่าจนขึ้นสนิม เมล็ดพืช กระดูกของมนุษย์ และโลงผีแมน(ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อถ้ำนี้)
ขวาบน – เส้นทางขึ้นถ้ำผีแมนบริเวณปากถ้ำดูตระหง่านเหลือหลาย ทุกคนต้องเดินขึ้นที่สูงไปทางซ้ายของภาพตามพี่เสื้อสีแดง
ซ้ายล่าง – เพดานถ้ำบนถ้ำผีแมนมีหินย้อยมากมาย เรายังเห็นแท่งเสาหินหนาๆอีกด้วย
ขวาล่าง – “โลงผีแมน”ในโถงถ้ำนี้มีอยู่สองจุด ทีมงานพามาชมจุดที่สอง ซึ่งมีโลงผีแมนทั้งหมด 5-6 โลง ทั้งหมดเป็นของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ (จากภาพ โลงผีแมนเป็นภาษาที่ใช้เรียกโลงไม้โบราณที่พบตามถ้ำและภูผา มีอายุประมาณ 1,000-2,400 ปีมาแล้ว ลักษณะของโลงเป็นไม้ซุงผ่าครึ่ง ท่อนไม้จะถูกขุดตรงกลางออกเป็นร่องคล้ายเรือหรือรางไม้ใส่อาหารสัตว์เลี้ยง มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ จากนั้นนำมาประกบกันเป็นคู่ โลงขนาดใหญ่จะถูกวางบนคานโดยใช้เสา 4-6 ต้นที่ตั้งบนพื้นถ้ำ ซึ่งเสาแต่ละคู่จะถูกเจาะเป็นช่องเพื่อสอดใส่คานไว้สำหรับวางพาดโลงผีแมน โลงส่วนใหญ่ยังมีการแกะสลักหัวและท้ายเป็นรูปแบบต่างๆ เท่าที่พบมีมากกว่า 30 แบบ)



 

อยากร้องเพลง“อยากหยุดเวลา”จริงๆ เวลาแห่งความสุขเดินไวเกิน
ซ้ายบน - ตอนขามาในถ้ำลอด เรามองไม่ค่อยเห็นบรรยากาศของแพและเพดานถ้ำเพราะความมืดล้วนๆ แต่ตอนนี้ทุกคนจะได้เห็นแพที่เรานั่ง คนพาล่อง ลำน้ำลาง และเพดานถ้ำลอดแบบเต็มที่ ธรรมชาติข้างหน้าดูลึกลับและชวนพิศวงดี โลกนี้มีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ ตำราแบบนี้หาไม่ได้จากในห้องเรียนจริงๆ (จากภาพ ถ้ำลอดเกิดจากลำน้ำลางเซาะและกัดกร่อนรอยแยกของหินปูน แล้วลอดผ่านภูเขาจนทะลุไปออกอีกด้านหนึ่ง จึงเกิดเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีหินงอกและหินย้อย)
- เก็บตกอีกหนึ่งประเด็นสำคัญของถ้ำลอด
ขวาบน – ตั้งแต่ปากถ้ำทางเข้า ตลอดเส้นทางล่องแพมืดๆ จนถึงปากถ้ำอีกฟาก ปลาพลวงหินไซส์ใหญ่ในลำน้ำลางพยายามตีซี้ไม่ไปไหน แถมมีมากถึงขนาดอาหารปลาหมดโรงงานก็เอาไม่อยู่
- นอกจากถ้ำลอดแล้ว ยังมีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์เมื่อ 13,640 ปีก่อนที่แหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอดด้วย การเดินทางครั้งนี้เลยยังไม่ยุติ
ขวากลางบน – เส้นทางไปเพิงผาถ้ำลอดเป็นทางดินและมีต้นไม้โดยรอบ และผาหินเบื้องหน้าตอนนี้ก็คือ“เพิงผาถ้ำลอด”นั่นเอง
ซ้ายล่าง – เมื่อปี พ.ศ.2545 ทีมนักโบราณคดีไทย นำโดยรองศาสตราจารย์ ดร.รัศมี ชูทรงเดช อาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ค้นพบกะโหลก เศษชิ้นส่วนกระดูก และฟันของผู้หญิง ที่มีอายุระหว่าง 25-35 ปี สูงประมาณ 152 เซนติเมตร ผลจากการตรวจหาอายุด้วยวิธีคาร์บอนกัมมันตรังสีพบว่า ผู้หญิงคนนี้มีชีวิตอยู่เมื่อ 13,640 ปีก่อน ในช่วงปลายยุคไพลสโตซีน ที่แหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด (จากภาพ การขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีถ้ำลอดพบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ที่ปะปนกันถึง 4 โครง ได้แก่
- โครงกระดูกหมายเลข 1เป็นผู้ใหญ่ ไม่สามารถระบุเพศ ความสูง และอายุตอนตายที่แน่นอนได้ จากการหาอายุด้วยวิธีคาร์บอน 14 กำหนดอายุย้อนกลับไปได้ 12,100 +60 ปี ศพถูกฝังในท่านอนตะแคงและมีก้อนหินกองรอบเหนือหลุมฝังศพ
- โครงกระดูกหมายเลข 2 เป็นโครงกระดูกของผู้หญิง อายุประมาณ 35 ปี กำหนดอายุด้วยวิธีคาร์บอน 14 ย้อนกลับไปได้ 13,640 + 380 ปี ฝังในท่านอนหงายเหยียดยาว
- โครงกระดูกหมายเลข 3 เป็นโครงกระดูกเด็ก ไม่สามารถระบุเพศและความสูงได้
- โครงกระดูกหมายเลข 4 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 25 ปี ไม่สามารถระบุความสูงได้
จากการวิเคราะห์พบว่า โครงกระดูกเหล่านี้เป็นมนุษย์โฮโม ซาเปียนส์ ซาเปียนส์ สำหรับโครงกระดูกหมายเลข 2 สามารถรักษาลักษณะทางกายภาพได้ละเอียดมากที่สุดเพราะพบชิ้นส่วนกระดูกครบเกือบทุกชิ้น และเมื่อเปรียบเทียบกับโครงกระดูกของมนุษย์ปัจจุบันแล้ว มีความบึกบึนและแข็งแรงกว่า จมูกค่อนข้างแบน ใบหน้ากว้าง ขากกรรไกรด้านบนยื่นออกมาไม่มาก ขนาดของสันคิ้วเล็ก ฟันหน้าเป็นรูปพลั่ว ซึ่งเป็นลักษณะของคนที่พบในเอเชีย แต่ลักษณะของใบหน้าและขากรรกไก่จะคงความดั้งเดิมคล้ายกับโครงกระดูกร่วมสมัยจากแหล่งโบราณคดีกุนุงรันตูในประเทศมาเลเซียคือ มีลักษณะใหญ่และแข็งแรงกว่าผู้หญิงไทยในปัจจุบัน)
ขวากลางล่าง – “การจำลองใบหน้ามนุษย์”ช่วงปลายยุคน้ำแข็งจากโครงกระดูกเพศหญิงที่ขุดพบจากแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีแบบสองมิติทางด้านซ้ายกับแบบสามมิติทางด้านขวาตามภาพด้วยวิทยาการทางวิทยาศาสตร์ (จากภาพ ในการจำลองใบหน้า ดร.ซูซาน เฮย์ส จากมหาวิทยาลัยวูลลองกอง ประเทศออสเตรเลีย ใช้วิธีจำลองเค้าโครงใบหน้าจากความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อเยื่ออ่อนกับกะโหลก ผลที่ได้คือ ลักษณะใบหน้าผู้หญิงในทวีปเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใกล้เคียงกับผู้หญิงญี่ปุ่นในแง่ของความยาวและความกว้างของใบหน้า ส่วนการวิเคราะห์ดวงตา รูปปาก และจมูก ชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงยุคหินคนนี้คล้ายกับผู้หญิงทวีปแอฟริกาในเชิงสัณฐานวิทยา โดยเฉพาะมิติของจมูกและปาก สำหรับภาพรวมของใบหน้าที่จำลองออกมา ยังคงรักษาลักษณะมนุษย์ช่วงปลายยุคไพลสโตซีนเอาไว้ เช่น ลักษณะกรามที่ใหญ่กว่ามนุษย์ในยุคปัจจุบัน ฯลฯ)
ขวาล่าง – ลานจอดรถหน้าทางเข้าถ้ำลอดมีร้านค้าเรียงกันเป็นแถวยาวอยู่หลายร้านและมีแผงลอยตั้งโต๊ะด้วย ข้าวของส่วนใหญ่เป็นของกิน เริ่มจากเมนูอาหารมีดังนี้ คะน้าหมูกรอบราดข้าว ข้าวซอยไก่ ก๋วยเตี๋ยว(ต้มยำ น้ำตก น้ำข้น ลูกชิ้นหมู และลูกชิ้นเนื้อ) ไข่เจียวราดข้าว ผัดซีอิ๊ว(หมูหรือไก่) ผัดกะเพราราดข้าว หมูกระเทียม ข้าวผัดหมูหรือไก่ ข้าวต้มทรงเครื่อง ยำวุ้นเส้น ผัดผักรวม ผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผัดเปรี้ยวหวาน ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผัดไทย แกงจืด ไก่ผัดขิง ผัดพริกแกง ผัดผักบุ้ง ผักพริกสด สุกี้แห้ง สุกี้น้ำ ยำทะเล ยำหมูยอ ยำไข่เค็ม ยำไข่เยี่ยวม้า ยำปลากระป๋อง ปลาเผา ต้มข่าไก่ แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง แอ๊บปลา ตำปู ตำปลาร้า ตำไทย ลาบหมู ต้มแซ่บ ข้าวเหนียว และไก่ย่าง ส่วนน้ำผลไม้ปั่นมีแอปเปิลแดง มะม่วง มะพร้าว ส้ม มะนาว และสับปะรด ผลสดมีกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า มะละกอ และมะพร้าว มุมชากาแฟปรุงที่ร้านมีชาเย็น ขาเขียว ชาดำ ชามะนาว น้ำแดงโซดา เอสเพรสโซ คาปูชิโน ลาเต้ มอกค่า และอเมริกาโน สำหรับเครื่องดื่มในตู้เย็นยังมี
กาแฟกระป๋อง น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดื่มเกลือแร่ ขณะที่โต๊ะแผงลอยมีลูกชิ้นและไส้กรอกทอดแบบยำฟรีพร้อมผักสด ส่วนสินค้าอุปโภคมีเสื้อผ้ากะเหรี่ยงและย่ามชาวเขาเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ฟุตบาทฝั่งตรงข้ามกับห้องจำหน่ายตั๋วมีเด็กผู้หญิง 5 คนและผู้ใหญ่อีก 2 คน ทั้งหมด 7 เจ้ากำลังนั่งเรียงเป็นแถวหน้ากระดานขายอาหารปลาในราคาถุงละ 20 บาท 3 ถุง 50 บาท (แต่เจ้าผู้ใหญ่จะมีส้มปางมะผ้าใส่ลังมาขายเป็นกิโลกรัมเพิ่ม)


TODAY THIS MONTH TOTAL
21 261 73869
Copyright : 2018 KarnDernTang.com ขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ตามกฎหมาย ห้ามทำซ้ำหรือคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทรับทำเว็บไซต์ Design By cw.in.th

Scroll To Top