อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ

คำอธิบาย


อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 116 ของประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2552 มีเนื้อที่ประมาณ 394,120 ไร่ หรือ 630.59 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่อยู่ในท้องที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนและอำเภอปางมะผ้าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เดิมอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อเป็นพื้นที่วนอุทยานถ้ำปลาและวนอุทยานน้ำตกผาเสื่อ

ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน แนวเทือกเขาจะทอดยาวตามแนวเหนือใต้ ความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง 300-1,900 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มียอดเขาที่สำคัญ เช่น ดอยลาน(ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด โดยสูงประมาณ 1,890 เมตรจากระดับน้ำทะเล) ดอยตองหมวก ดอยกิ่งกอม ดอยแหลม ดอยปางฮูง ดอยหน้าแข้งช้าง ฯลฯ และอยู่ในเขตลุ่มน้ำหลักคือ ลุ่มน้ำสาละวิน ลุ่มน้ำของ และลุ่มน้ำปายตอนล่าง ทรัพยากรป่ามีทั้งป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีสัตว์อีกนานาชนิด



ถึงแม้ว่าจะอยู่ในอุทยานแห่งชาติเดียวกัน แต่น้ำตกผาเสื่อกับถ้ำปลากลับอยู่ห่างกันเพราะอุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว้าง โดยถ้ำปลาจะอยู่ติดริมถนนสาย 1095 ขณะที่น้ำตกผาเสื่อต้องเดินทางขึ้นดอยตามเส้นทางที่จะไปปางอุ๋งต่อ และแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ธรรมชาติไม่ได้มีแค่ถ้ำปลากับน้ำตกอย่างที่ชื่ออุทยานแห่งชาติบอกไว้เลย
- ตอนนี้ขอเริ่มจากของใกล้ตัวริมถนนก่อน นั่นคือ ถ้ำปลา หลังจากนักท่องเที่ยวเสียค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติแล้ว เราต้องเดินข้ามสะพานและเดินเลียบสายน้ำเล็กๆที่ไหลออกมาจากถ้ำปลาก่อน ซึ่งมีระยะทางราว 500 เมตร
ซ้ายบน – ไฮไลต์ของที่นี่ก็คือ“ปลาพลวงหิน” นักท่องเที่ยวจะเห็นปลาไซส์จัมโบ้มากมาย จุดนี้เป็นช่วงที่น้ำไหลออกจากปากถ้ำพอดี ปลาเลยชุกชุมเป็นพิเศษ เนื่องจากแถบนี้มีระบบนิเวศที่เหมาะแก่การอาศัยและขยายพันธุ์ของปลาขนาดใหญ่ จึงมีปลาพลวงหินนับไม่ถ้วน บางตัวมีน้ำหนักถึง 7-10 กิโลกรัม จึงกลายเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมารวมตัวให้อาหารปลากัน สำหรับลำน้ำนี้เกิดจากการซึมซับและไหลลอดออกมาจากถ้ำเขาหินปูน แล้วไปบรรจบกับลำน้ำแม่สะงา (จากภาพ ปลาพลวงหินจัดเป็นปลาในวงศ์ปลาตะเพียนที่มีขนาดใหญ่ ลำตัวยาว ด้านข้างแบน มีเกล็ดขนาดใหญ่ หัวเล็ก มีหนวด 2 คู่บริเวณปากบนและมุมปาก ครีบหางเว้าเป็นแฉกลึก กระโดงหลังค่อนข้างสูง มีก้านแข็ง 1 อัน ครีบหูมีขนาดเล็ก ครีบท้องและครีบก้นมีขนาดใกล้เคียงกัน ลำตัวมีสีน้ำตาลปนเขียว สีของปลาชนิดนี้ขึ้นอยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อม บางแหล่งอาจมีสีน้ำตาลปนดำเข้ม ปลาชนิดนี้มีแถบสีคล้ำพาดกลางลำตัวตามยาวไปใกล้กับโคนหาง ส่วนด้านท้องสีจาง ขนาดโดยประมาณ 60 เซนติเมตร และพบใหญ่สุดถึง 1.5 เมตร อาศัยเป็นฝูงใหญ่นับ 100 ตัวขึ้นไปตามแม่น้ำที่มีน้ำใสสะอาด เช่น แหล่งน้ำเชิงภูเขา ลำธาร น้ำตกต่างๆทั่วประเทศไทย ฯลฯ ปลาพลวงหินกินผัก ผลไม้ และแมลงเป็นอาหาร จัดเป็นปลาใหญ่ที่มักไม่มีใครนำมากินเนื่องจากกินไปแล้ว จะเกิดอาการมึนเมา จึงเชื่อว่า เป็นปลาเจ้า แต่ความจริงแล้ว ปลาชนิดนี้ได้สะสมพิษจากเมล็ดพืช ผัก และผลไม้ที่กินเข้าไปในร่างกายเช่นเดียวกับกรณีของปลาบ้านั่นเอง)
- จากนั้นเราไปพบเจ้าภาพของงานดีกว่า นั่นคือ“ถ้ำปลา”
ขวาบน – นักท่องเที่ยวกำลังยืนรอบถ้ำปลาที่มีรั้วเหล็กกั้น แล้วก้มมองปลาพลวงหินในรูถ้ำเล็กๆ
ซ้ายกลาง – และตรงนี้ก็คือ รูเล็กๆดังกล่าวที่เราจะเห็นปลาพลวงหินแหวกว่ายอยู่ ซึ่งเป็นเพียงบางส่วนของถ้ำ(ที่สามารถมองเห็นได้)เท่านั้น (จากภาพ ยังมีข้อสงสัยกันว่า ในช่วงฤดูฝน ปลาพลวงหินจะว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ แต่ปมปริศนาก็คือ ปลาเหล่านี้ไปวางไข่ที่ไหนกัน)
ขวาล่าง – นอกจากทางเดินเลียบลำน้ำแล้ว บริเวณถ้ำปลายังมีทางเดินเลียบเชิงเขาที่มีบรรยากาศร่มรื่นเช่นกัน บริเวณนี้มีต้นไม้มากมายให้เราได้ศึกษา เช่น แคหางค่าง เพกา เสลาเปลือกหนา กางหลวง โมกใหญ่ มะตูม ผ่าเสี้ยน เต็งหนาม ปอขาว ตะคร้อ ฯลฯ
- ในอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวชมด้วย ระยะทางจากบันไดขึ้นเขา ทางเดินบนเขา จนถึงทางลงเขามีความยาว 435 เมตร เดี๋ยวทีมงานอาสาเป็นหัวหน้าทีมเอง
ซ้ายล่าง – เส้นทางเดินบนเขาที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 260 เมตรมีลักษณะเป็นป่าเบญจพรรณ ทางเดินหลายช่วงต้องเหยียบก้อนหินขรุขระตามไหล่เขาที่ลาดชัน เส้นทางรก ที่สำคัญคือใบไม้แห้งที่ทับถมอยู่ตลอดทางอาจทำให้ลื่นได้



ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติมีทั้งหมด 8 สถานี ทีมงานขอคัดตัวอย่างมาเรียกน้ำย่อยดังนี้
ซ้ายบน – เถาวัลย์จะสร้างความยาวให้ลำต้น ซึ่งเปรียบเสมือนเชือกขนาดใหญ่ที่โยงกับต้นไม้ที่ตัวเถาวัลย์เกาะไว้เพื่อเลื้อยพาตัวเองขึ้นด้านบน แล้วรับแสงแดดที่มีมากกว่าด้านล่าง
ขวาบน – หินงอกหินย้อยในถ้ำฤาษีเกิดจากน้ำซึ่งละลายหินปูนจนอิ่มตัว แล้วผ่านรอยแตกของเพดานถ้ำ จากนั้นหยดลงสู่พื้นถ้ำ หินปูนจะตกตะกอนจับตัวกันตรงเพดาน เกิดเป็นหินย้อย และตรงพื้นถ้ำที่น้ำหยดลงมาจะเกิดเป็นหินงอก นานวันเข้า ตะกอนสะสมตัวจนมาชนกันเป็นเสาหิน (จากภาพ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า หินงอกหินย้อยในถ้ำฤาษีนี้ถูกมนุษย์ทำลายก่อนจะเป็นเสาหินดังจะเห็นได้จากบริเวณเหนืออักษร dern ที่หินย้อยด้านบนไม่ได้บรรจบกับหินงอกที่อยู่ด้านล่าง)
กลาง – จุดเด่นของเส้นทางนี้คือ วิวดอยหนอกวัว ซึ่งเป็นชื่อที่คนท้องถิ่นเรียกขาน เพราะมีรูปร่างคล้ายโหนกของวัวและเป็นสัตว์เศรษฐกิจของชาวไทใหญ่ โดยหินบนดอยหนอกวัวส่วนใหญ่เป็นร่องเว้าแหลมคมและเป็นสภาพที่พบได้เฉพาะพื้นที่เขาหินปูนเท่านั้น นอกจากนี้ถ้าเราสังเกตพื้นทางเดิน ก็จะพบหลุมโพรงต่างๆที่ยุบตัวลงไปเนื่องจากการกัดเซาะของน้ำฝนที่ตกลงมา
- ตอนนี้ขอให้ทุกคนเดินออกจากถ้ำปลา แล้วขับรถขึ้นดอยไปชมน้ำตกผาเสื่อต่อ สำหรับน้ำตกผาเสื่อจะอยู่ริมถนนระหว่างทางเลย เมื่อจอดรถเสร็จ นักท่องเที่ยวก็เดินตามทางปูนลัดเลาะแนวเขาไปเรื่อยๆ เพียงไม่นานก็จะพบกับน้ำตกผาเสื่อ
ซ้ายล่าง – น้ำตกผาเสื่ออยู่ท่ามกลางสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์จริงๆ บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้หลากหลายพันธุ์ (จากภาพ น้ำตกผาเสื่อเกิดจากลำห้วยแม่สะงาที่มีต้นกำเนิดในประเทศพม่า แล้วไหลตกลงมาจากหน้าผาขนาดใหญ่ ในช่วงฤดูฝน ปริมาณน้ำจะมาก กระแสน้ำไหลแผ่ลงมาเต็มหน้าผาหิน เมื่อมองดูแล้วคล้ายเสื่อ จึงเรียกชื่อน้ำตกแห่งนี้ว่า“น้ำตกผาเสื่อ” บริเวณแอ่งน้ำด้านล่างยังเป็นที่อยู่อาศัยของปลาพลวงหินจำนวนมากด้วย)
ขวากลาง – เรามาชมน้ำตกผาเสื่อใกล้ๆกัน
ขวาล่าง – ในอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อมีร้านค้าจำหน่ายสินค้ามากมาย โดยเฉพาะถ้ำปลา ส่วนน้ำตกผาเสื่อมีน้อยกว่า ทีมงานขอเริ่มจากถ้ำปลาก่อน ซึ่งมีอยู่หลายโซน เริ่มจากพื้นที่ริมถนนก่อนเข้าอุทยานแห่งชาติตามภาพนี้เลย ตอนนี้ทีมงานยืนอยู่ริมถนนใหญ่สาย 1095 แล้วมองเข้าไป ทางซ้ายเป็นอาคารแนวลึกที่มีร้านค้าติดกันหลายเจ้าอยู่ในอาคาร ทุกร้านมีที่นั่งกิน สินค้าทั้งหมดเป็นอาหาร ของกินเล่น ของปิ้งย่าง และเครื่องดื่ม ส่วนทางขวามุมไกลที่เห็นเป็นอาคารแนวขวาง สินค้าหลักๆคือ ของกินเล่น เครื่องดื่ม และของแห้ง นอกจากนี้แถบนั้นยังมีแผงลอยโต๊ะไม้จำหน่ายของแห้งด้วย แต่ถ้าข้ามถนนใหญ่ไปฝั่งตรงข้าม(หรือด้านหลังทีมงานตอนนี้) ก็มีร้านอาหาร ของปิ้งย่าง และเครื่องดื่มเช่นกัน ส่วนทางออกจากถ้ำปลาอีกด้าน(หรือเลยไปทางขวาของภาพนี้)ก็มีอาคารแนวลึกขนานกับทางเดินออก ซึ่งบริเวณนั้นเน้นสินค้าอุปโภค โดยเฉพาะเสื้อผ้า และถ้าเราเข้าอุทยานไปแล้ว ก่อนข้ามสะพานยังมีร้านคาเฟอีกหนึ่งร้าน นอกจากนี้ด้านในสุดใกล้กับถ้ำปลาเลย ก็มีร้านขายอาหารปลาอีกจุด สำหรับรายการสินค้าคร่าวๆของถ้ำปลา เริ่มจากหมวดอาหารก็เช่น กะเพรา(ไก่ หมู หมึก กุ้ง และหมูกรอบ) คะน้า(หมูกรอบหรือหมูสด) ผัดพริกแกง(หมูหรือไก่) สุกี้(หมูหรือไก่) สุกี้ทะเล ผัดพริกเผา(หมูหรือไก่) ข้าวไข่เจียวหมูสับ ราดหน้า ผัดซีอิ๊ว ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยว ต้มจืด ส้มตำ(ไทยหรือปูปลาร้า) ลาบ ยำวุ้นเส้น ต้มแซ่บ คอหมูย่าง ปลาเผา ไส้ย่าง ไก่ย่าง ไส้อั่ว ข้าวเหนียว ฯลฯ รวมทั้งขนมมุนข่วย เครื่องดื่มในตู้เย็นก็เช่น น้ำอัดลม น้ำชาเขียว น้ำดื่ม นมเปรี้ยวจุลินทรีย์ เครื่องดื่มเกลือแร่ ฯลฯ ส่วนมุมชากาแฟก็มีเอสเพรสโซ อเมริกาโน คาปูชิโน ลาเต้ ชาดำ โกโก้ มอลต์รสช็อกโกแลต ชามะนาว ชาเขียวนม นมเย็น ฯลฯ รวมทั้งอิตาเลียนโซดารสต่างๆ เช่น กีวี่ บลูเบอร์รี สตรอว์เบอร์รี บลูฮาวาย ฯลฯ สำหรับของแห้งทั้งหมดมีดอกงิ้ว ถั่วเน่า ถั่วลายเสือ พริกกะเหรี่ยง น้ำมันงา
งาดำ งาขี้ม่อน มะแขว่น ขมิ้น งาขาว ชาอู่หลง และเม็ดผักชี รวมทั้งน้ำผึ้งป่า ส่วนสินค้าอุปโภคมีเสื้อผ้ากะเหรี่ยงของเด็กและผู้ใหญ่ กระเป๋า ย่าม ผ้าพันคอ แว่นตา และเสื้อที่ระลึกแม่ฮ่องสอน ต่อไปเป็นน้ำตกผาเสื่อ บริเวณทางเข้าน้ำตกมีอาคารอยู่หนึ่งหลัง ภายในมีอยู่หนึ่งร้าน สินค้ามีชากาแฟ ขนมขบเคี้ยว เช่น มันฝรั่งทอดกรอบ ข้าวเกรียบกุ้ง ปลาเส้น ฯลฯ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคัพ ไอศกรีมในตู้แช่ เครื่องดื่มในตู้เย็น รวมทั้่งขนมปังกรอบกับพายสับปะรด


TODAY THIS MONTH TOTAL
21 261 73869
Copyright : 2018 KarnDernTang.com ขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ตามกฎหมาย ห้ามทำซ้ำหรือคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทรับทำเว็บไซต์ Design By cw.in.th

Scroll To Top