เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

คำอธิบาย


เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานในอดีตเคยเป็นที่รู้จักของนักดูนกและนักศึกษาในการสำรวจสายพันธุ์นกบนพื้นที่สูงและศึกษาระบบนิเวศป่าดิบเขาบนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,157 เมตร ต่อมาได้มีการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาวของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ที่มาของ
คำว่า"กิ่วแม่ปาน"มาจากคำว่า“กิ่ว”ซึ่งหมายถึง ส่วนที่แคบที่สุดบนสันเขา “แม่ปาน”หมายถึง“ลำห้วยแม่ปาน”ที่มีจุดกำเนิดของน้ำจากขุนแม่ปาน แล้วค่อยๆไหลรินรวมตัวกันเป็นร่องน้ำ จนกลายเป็นน้ำตกแม่ปาน ดังนั้น“กิ่วแม่ปาน”จึงหมายถึง“พื้นที่ส่วนที่แคบที่สุดบนสันเขาแม่ปาน”

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตินี้มีพืชพันธุ์ สัตว์ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพมากมาย ที่สำคัญคือ มีป่าเมฆที่สวยที่สุดของประเทศไทย

สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานเปิดให้ท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนจนถึง 31 พฤษภาคมของทุกปี


กิ่วแม่ปานเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบนเขาสูงที่ครบรสชาติจริงๆ ที่นี่เป็นที่เดียวของเมืองไทยที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินแบบม้วนเดียวในระยะทาง 3.2 กิโลเมตร แล้วพบเจอทุกอย่างแบบใกล้แค่เอื้อม ไม่ว่าจะเป็นป่า ภูเขา น้ำตก ทะเลหมอก ทุ่งหญ้า ท้องฟ้า ก้อนเมฆ สัตว์ ดอกไม้ แหล่งต้นน้ำ และความหนาวเย็น
-
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานต้องจองคิวในการเดินเที่ยวชมบริเวณอาคารหลังดงต้นไม้ข้างลานจอดรถก่อน โดยเริ่มเปิดให้เดินตั้งแต่ 6 โมงเช้าเป็นต้นไป แต่เปิดรับจองคิวตั้งแต่ตีห้ากว่าแล้ว ดังนั้นใครที่อยากเดินแต่เช้า ก็ต้องมาจองคิวก่อน ส่วนใครที่ไม่รีบ มาจองสายหน่อยก็ได้ แต่คิวอาจจะเยอะหน่อย โดยทุกกลุ่มต้องมีไกด์นำทางไปด้วย สำหรับค่าไกด์คือ 200 บาทต่อกลุ่ม (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้) เช่น ถ้าเรามากัน 3 คนก็ใช้ไกด์ 1 คน ถ้ามากัน 10 คน ก็ใช้ไกด์ 1 คน แต่ถ้ามาคนเดียว ก็ใช้ไกด์ 1 คนเช่นกัน แต่กลุ่มหนึ่งให้ไม่เกิน 10 คน ดังนั้นใครที่มาช่วงสายๆ เช่น 8 โมงเช้า 9 โมงเช้า อาจต้องยืนรอต่อคิว เนื่องจากไกด์มีหลายคนก็จริง แต่ปริมาณนักท่องเที่ยวในบางวันอาจมีเยอะกว่ามาก (โดยเฉพาะวันหยุดและวันเทศกาล) จึงต้องรอไกด์พากลุ่มก่อนหน้าเดินกลับมาส่งที่จุดเริ่มต้นก่อน ถึงจะรับกลุ่มต่อไปได้ สำหรับเส้นทางเดิน 3.2 กิโลเมตรนี้เป็นเส้นทางขึ้นลงเขาสลับกันไป แต่ก็มีทางราบในบางช่วงด้วย ส่วนระยะเวลาในการเดินเที่ยวชมอยู่ที่ 2-3 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกาย แต่ตลอดทาง ถ้าใครเหนื่อย สามารถแวะพักตามทางได้ โดยไกด์ท้องถิ่นชาวม้งจะรอเราพักจนหายเหนื่อย ตรงนี้ไม่ต้องห่วง และนับจากนี้ ทีมงานขอพาทุกคนเข้าสู่ธรรมชาติบนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,157 เมตร ภายใต้ความสูงนี้ นักท่องเที่ยวเตรียมพบกับจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิตมากมายได้เลย
-
หนึ่งในไฮไลต์ของเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานก็คือ ทะเลเมฆหมอก ทั้งสองอย่างผสมผสานจนกลายเป็นดาวเด่นประจำฤดูหนาวของกิ่วแม่ปานไปแล้ว เรามารับชมสีสันของไอน้ำเหล่านี้ไปพร้อมๆกัน
บน – ทะเลหมอกสีทองอ่อนๆยามเช้าไหลพาดผ่านภูเขาทั้งด้านบนและด้านล่าง สวยงามกันตั้งแต่แสงแรกของอรุณสวัสดิ์
กลางบน – ทะเลเมฆดูกว้างใหญ่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สาดส่องไปทั่ว
กลางล่าง – ถ้าใครมาตั้งแต่เช้าตรู่ที่แสงตะวันยังหลับใหล เราจะเห็นผืนเมฆสีฟ้าราวกับคลื่นน้ำแข็งที่สงบนิ่งอยู่ในมหาสมุทร
ล่าง – จุดชมทิวทัศน์กิ่วแม่ปานคือ ทะเลหมอกที่ปกคลุมอยู่เหนืออำเภอแม่แจ่ม (จากภาพ จุดชมวิวนี้สร้างเป็นชานไม้ยื่นออกไปตามแนวสันเขาให้เรายืนถ่ายรูป ซึ่งถือเป็นไฟลต์บังคับที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะพักและยลโฉมทะเลหมอกผืนใหญ่เบื้องล่างนี้)


และต่อไปก็คือ ธรรมชาติสองข้างทางที่หลายคนต้องหลงเสน่ห์แน่นอน จากจุดออกสตาร์ตบริเวณอาคารจองคิว เราต้องเดินผ่านผืนป่าขนาดใหญ่ก่อน ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นเดินตามแนวสันเขาโล่งแจ้งอีกประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วกลับมาเดินป่าอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนจะวนกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง โดยเส้นทางทั้งหมดไม่ซ้ำทางกัน
ซ้ายบน – และป่าที่นักท่องเที่ยวต้องเดินผ่านก็คือ ป่าเมฆ (จากภาพ ป่าเมฆผืนนี้อยู่ในระดับความสูงกว่า 2,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่นี่เป็นป่าดิบเขาสูงที่มีเมฆหมอกปกคลุมไม้เรือนยอดตลอดปี ซึ่งทั่วโลกมีป่าเมฆอยู่น้อยมาก และป่าเมฆที่กิ่วแม่ปานก็เป็นหนึ่งในนั้น ระบบนิเวศของป่าเมฆมีความเปราะบางและเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่บนพื้นที่หนาวเย็นตลอดปีด้วย)
ขวาบน – ป่าเมฆในมุมอื่น
- ตามเส้นทางในป่าแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของป่าเมฆ เราไปเรียนรู้ตัวอย่างเหล่านั้นพร้อมๆกัน
ซ้ายกลาง - ป่าต้นน้ำ (จากภาพ แม้ป่าเมฆมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่กลับเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำที่ให้น้ำตลอดปี ลำธารสายนี้จึงมีน้ำไหลแม้แต่ในหน้าแล้ง เพราะนอกจากการสะสมของน้ำฝนแล้ว ส่วนหนึ่งยังมาจากเมฆหมอกที่ลอยมาปะทะต้นไม้ แล้วกลายเป็นหยดน้ำตกลงสู่ดิน ดินที่มีซากใบไม้ทับถมกันหนาแน่นราวกับฟองน้ำ จะดูดซับและกักเก็บน้ำไว้ จึงเปรียบเสมือนถังเก็บน้ำขนาดมหึมาไว้หล่อเลี้ยงต้นไม้ทั้งป่า จากนั้นจะค่อยๆปล่อยเป็นน้ำซับที่ทยอยไหลซึมลงตามหุบเขา เกิดเป็นลำธารสายเล็กๆที่ใสสะอาดหลายสาย รวมตัวกันเป็นห้วยแม่ปาน ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำปิงต่อไป)
ซ้ายล่าง - น้ำตกลานเสด็จ (จากภาพ สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงเสด็จมาเยือนน้ำตกแห่งนี้เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2542 จึงเป็นที่มาของชื่อ“น้ำตกลานเสด็จ”)
-
จากธรรมชาติในป่าเมฆ เรายังมีเส้นทางเดินบนสันเขากลางแจ้งด้วย
ขวาล่าง – ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ (จากภาพ ที่นี่เป็น 1 ใน 2 แห่งที่พบทุ่งหญ้าแบบนี้ได้ในประเทศไทยเพราะมีชั้นหินอยู่ใต้ดิน ทำให้มีเฉพาะหญ้า ไม้พุ่ม และเฟินดินที่เติบโตอยู่ร่วมกัน ความหลากหลายของพันธุ์พืชยังสร้างความสวยงามที่แตกต่างกันในแต่ละฤดู โดยช่วงหน้าฝนถึงต้นฤดูหนาว ทุ่งหญ้าจะสีเขียวขจี แต่ในหน้าแล้ง ทุ่งหญ้าจะกลายเป็นสีเหลืองทองทั้งทุ่ง)



เรื่องราวกลางแจ้งยังตรึงใจนักท่องเที่ยวต่อ
บน – สันเขาแม่ปาน (จากภาพ แนวสันเขาแม่ปานเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทัศนียภาพอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นสันเขา ดอกไม้ และเมฆหมอก เราจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินเรียงเป็นทางยาวตั้งแต่กลางภาพจนกลายเป็นคนตัวเล็กเท่ามดที่กำลังเดินเลยอักษร m ตัวสุดท้ายออกไป)
ซ้ายบน – ผาแฮ่มน้อย (จากภาพ ผาแฮ่มน้อยเป็นแท่งหินที่ยืนเคียงข้างกันบนพื้นที่ลาดชันราวกับจับวาง ซึ่งเป็นการรังสรรค์ของธรรมชาติจากความบังเอิญ หากสังเกตที่ฐานของแท่งหิน ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดที่ฝังลึกลงในดินเลย และจากหลักฐานทางธรณีวิทยา คาดว่า แท่งหินผาแง่มน้อยนี้เป็นหินแปรที่เกิดจากการแตกหักและหลุดออกจากผนังหินผาของกิ่วแม่ปานและลื่นไถลตกลงมาวางนิ่งอยู่ในจุดที่เคียงคู่กันพอดี)
- พันธุ์ไม้ตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานมีความหลากหลายและเข้าตากรรมการมาก ทีมงานจึงไม่พลาดที่จะนำตัวอย่างมาฝาก
ขวาบน – กุหลาบพันปีหรือกุหลาบป่า ชาวบ้านเรียก"ดอกคำแดง" (จากภาพ กุหลาบพันปีเป็นพันธุ์ไม้ที่อยู่ในวงศ์เอริคาซี ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับต้นกุหลาบที่เรารู้จักกันทั่วไป เพียงแต่มองดูเผินๆ แล้วคล้ายพุ่มกุหลาบ ส่วนลำต้นมีมอสปกคลุมจนดูคล้ายมีอายุเป็นพันปี จึงเรียกตามรูปลักษณ์ที่เห็น)
ซ้ายกลาง – ผลของต้นช้ามะยมดอย (จากภาพ หลายคนมักเรียกว่า"บลูเบอร์รีป่า")
ขวากลาง – ต้นส้มแปะหรือส้มปี้
ซ้ายล่าง – ดอกต่างไก่ป่า
- บริเวณลานจอดรถใกล้กับอาคารจองคิวเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานมีฝูงชนคลาคล่ำตลอดวัน เนื่องจากแถบนี้มีข้าวของจำหน่ายมากมาย
ขวาล่าง - บริเวณลานจอดรถมีอาคารหนึ่งหลังที่แบ่งเป็นล็อกๆจำหน่ายอาหาร ของกินเล่น เครื่องดื่ม และของใช้ ทั้งหมดมี 3 ร้าน ร้านทางซ้ายและร้านตรงกลางของอาคารจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก แต่ก็มีของใช้เล็กๆน้อยๆด้วย ส่วนร้านทางขวาเป็นร้านคาเฟ
โดยทุกร้านมีที่นั่งกินหมด ขณะที่หลังร้านคาเฟเปิดเป็นร้านขายเครื่องกันหนาว เสื้อผ้า และของแต่งกายเพิ่มเข้ามา นอกจากนี้ข้างร้านคาเฟยังมีเต็นต์พับมาจำหน่ายเครื่องกันหนาวและเครื่องแต่งกายด้วย (จากภาพ ถ้าเรายืนอยู่ริมถนนขึ้นลงดอยอินทนนท์ แล้วมองเข้าไปยังลานจอดรถ ทางซ้ายของลานจอดรถก็คือ ร้านค้าทั้งสามร้านตามภาพนี้ ส่วนด้านหลังที่อยู่มุมกลางของลานจอดรถเป็นห้องน้ำชายหญิง และทางขวาของลานจอดรถเข้าไปด้านหลังต้นไม้ก็คือ อาคารจองคิวเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานนั่นเอง)
รายการสินค้า – ร้านอาหารและเครื่องดื่มมีดังนี้ เมนูราดข้าวมีผัดกะเพราไก่/หมู/กุ้ง ผัดหมู/ไก่ คะน้าน้ำมันหอยไก่/หมู คะน้าหมูกรอบ ไข่เจียวหมูสับ หมูกระเทียม ผัดผักรวม ที่เหลือยังมีผัดซีอิ๊ว ผัดมาม่า ราดหน้าไก่/หมู และไข่ดาว หมวดก๋วยเตี๋ยวมีน้ำใส ต้มยำ และน้ำตก เส้นมีเส้นเล็ก เส้นใหญ่ หมี่ขาว บะหมี่ และวุ้นเส้น ส่วนเนื้อมีหมู ไก่ และปลา รวมทั้งเกาเหลาเลือดหมูและมาม่าน้ำใส/ต้มยำ/น้ำตก เมนูโจ๊กเห็ดหอมและข้าวต้มเห็ดหอมมีหมูสับ ไก่ กุ้ง และปลา (เพิ่มไข่ลวกได้) หมวดส้มตำและยำมีตำถาด ตำลาว ตำปูปลาร้า ตำไทย ตำแตง ตำผลไม้ ตำหมูยอ ตำไข่เค็ม ตำแคบหมู ตำซั่ว ยำวุ้นเส้นหมูสับ ยำหมูยอและแหนม ยำลูกชิ้นและไส้กรอก ยำไข่เค็ม และยำรวมมิตร อาหารอื่นๆมีหมูน้ำตก ลาบอีสาน ต้มแซ่บ ไก่ย่าง ไส้อั่ว หมูย่าง แหนมหมูย่าง หมูยอทอด จ๊อไก่ เฟรนช์ฟรายด์ หมูปิ้ง ลูกชิ้นทอด ไส้กรอกทอด ข้าวเหนียว ข้าวสวย ขนมจีน หมี่ขาวลวก และแคบหมู บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคัพมีมาม่า ไวไวควิก และนิสชินคัพ ของกินเล่นมีซาลาเปา(ไส้ต่างๆคือ หมูสับ ครีม และถั่วดำ) หมั่นโถ ขนมจีบ ครัวซองต์ ขนมปังปิ้ง(ทาเนย นม น้ำตาล และช็อกโกแลต) มะพร้าวสด เฉาก๊วย กล้วยปิ้ง เครื่องดื่มขิงผงตรามองโก สตรอว์เบอร์รีอบแห้ง ถั่วพิสตาซิโอ กล้วยอบ เผือกเส้นทอด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ขนุนอบกรอบ อัลมอนด์เปลือก คอนเน่ ปาปริก้า และโปเต้ ส่วนเครื่องดื่มในตู้เย็นมีโค้ก ชเวปส์ เป๊ปซี่ สไปรท์ แฟนต้า โออิชิ ดัชมิลล์โฟร์อินวัน นมไทยเดนมาร์ก น้ำตาลสดตรามะพร้าว 9 ต้น โคโคแมกซ์ เย็นเย็น ยันฮีวิตามินวอเตอร์ วิดอะเดย์ B'lue แมนซั่ม มินิดเมท ชาลิปตัน สปอนเซอร์ แลคตาซอย เบอร์ดี้ เนสกาแฟ มิโดริ J-mix น้ำดื่มคริสตัล น้ำดื่มน้ำทิพย์ น้ำแร่ออร่า รวมทั้งไอศกรีมวอลล์ ขณะที่เครื่องดื่มซองมีโอวัลติน ไมโล ดีมอลต์ มอกโคนาทรีโอ เนสกาแฟ เบอร์ดี้ และน้ำขิง Hotta หมวดยาและของใช้มียาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน เจลและสเปรย์แอลกอฮอล์ ซอฟเฟล อีโน ยาดมโป๊ยเซียน ไทลีนอล เทนโซพลาสต์ ผ้าอนามัย เสื้อกันฝน แมสก์ และทิชชู่ ส่วนร้านคาเฟมีเครื่องดื่มปรุงที่ร้านและของกินดังนี้ กาแฟ คาปูชิโน ลาเต้ โกโก้ อเมริกาโน มอกค่า ชามะนาว ชา Twinnings ชาตรามือ ครัวซองต์ บราวนี่ ขนมปังโทสต์ น้ำแร่(ยี่ห้อต่างๆคือ Lauretana EVIAN และ Mont Fleur) พีเอสพลัส Aqua Vitz ยันฮีวิตามินวอเตอร์ Kit Kat รวมทั้งยาหม่องสมุนไพร ส่วนของใช้โซนนี้มีเสื้อหนาว ถุงมือ ถุงเท้า ผ้าพันคอ และหมวกไหมพรม

TODAY THIS MONTH TOTAL
77 1986 138543
Copyright : 2018 KarnDernTang.com ขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ตามกฎหมาย ห้ามทำซ้ำหรือคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทรับทำเว็บไซต์ Design By cw.in.th

Scroll To Top