พิธีแห่พระ (เทศกาลถือศีลกินผ้ก)

คำอธิบาย


(คำเตือน ข้อความและภาพประกอบในระหว่างพิธีแห่พระบางช่วงเกี่ยวข้องกับของมีคมตามร่างกายและเลือด โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม)

การแห่พระในเทศกาลถือศีลกินผักของชาวภูเก็ตเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วโลก โดยชาวภูเก็ตจะพร้อมใจแต่งชุดขาวท่ามกลางร้านรวงนับไม่ถ้วนที่จำหน่ายอาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่ปลอดเนื้อสัตว์และแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังมีข้อควรปฏิบัติต่างๆระหว่างถือศีลด้วย เช่น ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ห้ามบริโภคเนื้อสัตว์ ห้ามทำร้าย ห้ามกล่าวเท็จ ห้ามดื่มสุรายาดองและเสพสารเสพติด ห้ามใช้ภาชนะสิ่งของเครื่องใช้ตลอดจนร่วมกินอาหารกับผู้ที่ไม่ได้ถือศีลกินผัก เป็นต้น

สำหรับพิธีการตั้งแต่เข้าสู่เทศกาลถือศีลกินผักไปจนเสร็จสิ้นเทศกาลก็เริ่มจากการทำความสะอาดศาลเจ้า พิธียกเสาโกเต้ง การอ่านรายชื่อผู้เข้าร่วมพิธี พิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณ การเลี้ยงกองทหารสวรรค์ที่อารักขามณฑลพิธีกินผัก พิธีโก๊ยห่าน(หรือการสะเดาะเคราะห์) และพิธีลงเสาโกเต๊ง

แต่อีกหนึ่งพิธีที่ขาดไม่ได้และเป็นหัวใจของเทศกาลในแต่ละเช้าก็คือ พิธีอิ้วเก้งหรือการตรวจเยี่ยมให้พร ซึ่งนั่นก็คือ“การแห่พระ”นั่นเอง ศาลเจ้าแต่ละแห่งบนเกาะภูเก็ตหรือที่เรียกว่า“อ๊าม”จะมาเข้าร่วมแห่พระรอบเมือง โดยมีการกำหนดไว้แล้วว่า เช้าวันไหนเป็นหน้าที่การแห่พระของศาลเจ้าแห่งใด พิธีอิ้วเก้งหรือการแห่พระจะเริ่มตั้งแต่เช้า โดยผู้ที่ทำหน้าที่เป็นม้าทรงต้องเข้าพิธีอัญเชิญพระจีนให้มาประทับร่างก่อน โดยมีพี่เลี้ยงในศาลเจ้าอำนวยความสะดวกให้ จากนั้นเจ้าหน้าทที่บริเวณลานจะทำหน้าที่ใช้ของมีคมหรืออุปกรณ์ต่างๆเพื่อทำการแทงหรือเสียบเข้าตามร่างกาย เมื่อเสร็จสิ้นพิธีในศาลเจ้า ม้าทรง
จะเดินไปบนถนนรอบเมืองตามเส้นทางที่กำหนดไว้เพื่ออวยพรและมอบความเป็นสิริมงคลให้แก่ประชาชนตามบ้านเรือนหรือห้างร้านต่างๆที่ตั้งโต๊ะพร้อมเครื่องไหว้มากมาย นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ที่คอยหามเกี้ยว ซึ่งบนเกี้ยวเป็นที่ประทับของพระจีนองค์ต่างๆที่อัญเชิญจากในศาลเจ้าออกมาให้พร และสีสันที่ขาดไม่ได้ระหว่างการแห่พระก็คือประทัดที่จุดกันสนั่นหวั่นไหวหลังจากขบวนแห่พระเดินวนรอบเมืองจนกลับมาที่ศาลเจ้าดังเดิมแล้ว เจ้าหน้าที่ในศาลเจ้าก็จะนำของมีคมหรืออุปกรณ์ต่างๆออกจากม้าทรง ต่อด้วยการอัญเชิญเทพประจำตนเองออกจากร่าง เมื่อถึงตรงนี้ พิธีการแห่พระของศาลเจ้าก็เป็นอันเสร็จสิ้น



จากจุดเริ่มต้นของพิธีถือศีลกินผักในโรงงิ้วเร่เมื่อเกือบสองร้อยปีก่อนเพื่อให้โรคภัยทุเลาลง ล่วงเลยมาถึงวันนี้กลับกลายเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ไปแล้ว ตอนนี้ทีมงานขอสวมชุดขาวเป็นพิธีกรภาคสนามเข้าไปเก็บภาพการแห่พระมาฝากดีกว่า แต่ก่อนจะออกจากห้อง ใครจะหยิบที่อุดหูเผื่อไปด้วยเพราะเสียงประทัด ตรงนี้ไม่ว่ากัน
- แต่ละเช้าของช่วงเทศกาลถือศีลกินผักจะมีพิธีอิ้วเก้งหรือพิธีแห่พระของ"ศาลเจ้า"(หรือที่ชาวจีนเรียกว่า“อ๊าม”)จากทั่วเมืองภูเก็ตเพื่อมาให้พรและโชคกับประชาชน ซึ่งขั้นตอนของแต่ละศาลเจ้าจะไม่แตกต่างนัก ทีมงานขอสุ่มตัวอย่างจากศาลเจ้าบางเหนียว(หรืออ๊ามบางเหนียว)มาให้ชมแล้วกัน
บน – ในศาลเจ้าบางเหนียวตั้งแต่เช้าตรู่ ผู้คนบริเวณหน้าลานพลุกพล่านและเซ็งแซ่ไปทั่ว ส่วนพิธีอัญเชิญพระจีนให้มาประทับร่างม้าทรงและนำของมีคมแทงเข้าตามร่างกายก็ดำเนินอย่างเข้มข้นเช่นกัน (จากภาพ ลานหน้าศาลเจ้าเป็นพื้นที่สำหรับแทงของมีคมเข้าต่างร่างกายม้าทรง)
- ตอนนี้มาเริ่มขั้นตอนที่หนึ่งเลย นั่นคือ การอัญเชิญพระจีนให้มาประทับร่างม้าทรง
ซ้ายบน – ตอนนี้เราเดินผ่านลานด้านหน้าเข้ามาในศาลเจ้าก่อน ภายในมีตั๋วพระจีน(หรือโต๊ะหมู่บูชาของพระจีนองค์ต่างๆ)ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของพิธี (จากภาพ ม้าทรง พี่เลี้ยง และเจ้าหน้าที่อยู่ในศาลเจ้าเรียบร้อย ผู้คนเบียดเสียดทุกตารางนิ้วจริงๆ)
ขวาบน - ม้าทรงเริ่มทยอยเข้าสู่พื้นที่ตั๋วพระในศาลเจ้า การเข้ามาอาจมาทีละคนหรือทีละสองสามคนก็ได้ จากนั้นขั้นตอนการประทับร่างของพระจีนองค์ต่างๆก็เริ่มขึ้น ม้าทรงบางคนสั่นบ้าง ตบโต๊ะบ้าง เกร็งบ้าง เปล่งเสียงดังบ้าง กระทืบเท้าบ้าง อาการจะแตกต่างกันไป (อนึ่ง บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นม้าทรงต้องถือศีลกินผักล่วงหน้าเป็นเดือน)
ซ้ายล่าง – ขณะอยู่ในพิธีประทับร่างนั้น พี่เลี้ยงจะสวมชุดยันต์ประจำตัวของพระจีนให้ม้าทรง
ขวาล่าง – อย่างที่บอกไว้ว่า ม้าทรงทำพิธีพร้อมกันทีเดียวหลายคนก็ได้ ส่วนพี่เลี้ยงก็สวมชุดยันต์ให้ม้าทรงเช่นเคย




ขั้นตอนแรกยังเหลืออีกหนึ่งภาพ
ซ้ายบน – เรามาดูม้าทรงอีกกลุ่มที่กำลังประทับร่างพระจีนองค์ต่างๆ
- ขั้นตอนที่หนึ่งกล่าวพอเป็นสังเขปแล้ว ทีมงานขอตัวไปที่ลานหน้าศาลเจ้าอีกครั้งเพื่อถ่ายทอดสดนาทีแห่งความหวาดเสียวในขั้นตอนที่สอง เราจะเห็นดาบ หอก เข็ม มีด และเหล็กที่ทิ่มแทงและเสียบเข้าตามร่างกายของม้าทรง ต้องยอมรับว่าไทยมุงมะรุมมะตุ้มมากๆไม่ว่าจะเป็นญาติสนิทมิตรสหายของม้าทรง เจ้าหน้าที่ พี่เลี้ยง และนักข่าว ขอให้ทุกคนเกาะทีมงานให้ดีๆ ไม่งั้นเดี๋ยวมีพลัดหลง
ขวาบน – บอกแล้วว่าคนร้อยแปดพันเก้าแค่ไหน แต่ละจุดที่มีการแทงของมีคมจะมีคนล้อมวงเป็นจำนวนมาก
- ตอนนี้ขอยกตัวอย่างม้าทรงคนหนึ่งเพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกคนได้เห็นขั้นตอนกัน อนึ่ง การแทงของมีคมหรือเสียบวัตถุต่างๆเข้าตามร่างกายเสมือนการแสดงอิทธฤทธิ์ของพระจีนองค์ต่างๆนั่นเอง
ซ้ายกลางบน – ปกติของมีคมหรือวัตถุขนาดใหญ่(ที่จะนำมาเสียบหรือแทงเข้าปาก)ต้องมี“เหล็กนำ”ก่อน เหล็กนำในที่นี้ทำหน้าที่เปิดช่องให้ของมีคมหรือวัตถุอื่นๆสามารถแทงหรือเสียบเข้ากระพุ้งแก้มได้ง่ายขึ้น โดยเหล็กนำจะมีปลายแหลมคมมากอย่างที่เจ้าหน้าที่กำลังถืออยู่ (จากภาพ เจ้าหน้าที่ต้องสวมถุงมือเพื่อความสะอาดสำหรับขั้นตอนนี้ และการใช้เหล็กนำต้องราดแอลกอฮอล์ล้างแผลเสมอเพื่อความสุขอนามัย)
ขวากลางบน – จากนั้นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งจะจับศีรษะของม้าทรงให้นิ่ง ขณะที่อีกคนทำหน้าที่จับเนื้อแก้มและง้างเล็กน้อย แล้วแทงเหล็กนำจากแก้มด้านนอกให้ทะลุเข้าสู่กระพุ้งแก้มด้านในแบบค่อยเป็นค่อยไป (จากภาพ ตอนนี้ปลายแหลมของเหล็กนำทะลุกระพุ้งแก้มเข้ามาแล้ว)
ซ้ายกลางล่าง – ค่อยๆดันเหล็กนำเข้าไปเพื่อให้แกนที่กว้างขึ้นของเหล็กนำเปิดช่องแก้มให้ฉีกกว้างตาม เมื่อรูแผลบริเวณแก้มกว้างขึ้น ของมีคมและวัตถุขนาดใหญ่ก็สามารถแทงหรือเสียบเข้าปากได้ง่ายขึ้นนั่นเอง (จากภาพ ตอนนี้เหล็กนำแทงเข้ามาได้ระยะแล้ว)
ขวากลางล่าง – และผลงานของการแทงเหล็กนำก่อนหน้านี้ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเสียบดาบไว้ด้านหนึ่งและแทงก้านร่มเข้าปากอีกด้านได้ตามเจตนารมณ์ 
- การอธิบายก็เสร็จลุล่วง คราวนี้เราไปชมม้าทรงคนอื่นๆบ้าง
ซ้ายล่าง – ม้าทรงคนนี้ใช้ดาบหลายๆเล่มเสียบเข้ารูแก้มเพียงหนึ่งรู แผลค่อนข้างกว้างทีเดียว
ขวาล่าง – ตอนนี้เจ้าหน้าที่เสียบดาบย้อนศรจากในกระพุ้งแก้มทะลุออกแก้มด้านนอกแทน



เก็บรายละเอียดต่อ
ซ้ายบน – ม้าทรงเมื่อสักครูว่าแผลกว้างแล้ว ม้าทรงคนนี้กลับฉีกกว้างออกไปอีกเพราะเป็นเหล็กใหญ่ถึงสามแผ่น แถมปากก็ต้องอ้ากว้างตามไปด้วย (จากภาพ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันจัดตำแหน่งของแผ่นเหล็กให้เสมอกันทั้งสองฝั่ง)
ขวาบน – หลังจากเสียบเหล็กเสร็จสิ้น หน้าตาก็เป็นประมาณนี้ ปากของม้าทรงต้องอ้ากว้างอย่างที่เห็น (จากภาพ ถ้าเราสังเกตที่ตัวอักษร w ไปทางซ้าย เจ้าหน้าที่กำลังขันน็อตให้แผ่นเหล็กทั้งสองฝั่งยึดแน่นและมีตำแหน่งเสมอกัน)
ซ้ายกลาง – หลังจากเห็นเหล็กนำแทงทะลุเข้าแก้มไปแล้ว ตอนนี้เรามาดูเหล็กนำแทงทะลุจากใต้ลิ้นขึ้นมาเหนือลิ้นบ้าง (จากภาพ เหล็กนำแทงขึ้นมาได้ระยะเหมาะสมพอดี)
ขวากลางบน – หลังจากเหล็กนำแทงนำร่อง เจ้าหน้าที่ก็นำดาบสองเล่มเสียบเป็นทรงกากบาทต่อ ส่วนด้ามจับของดาบก็ให้ม้าทรงถือไว้
ขวากลางล่าง – อย่างที่บอกไปว่า ถ้าเป็นของมีคมหรือวัตถุชิ้นใหญ่ ก็ใช้เหล็กนำก่อน แต่ถ้าเป็นเข็มหรือเหล็กเรียวแหลม เราจะดันปลายแหลมให้ทะลุแก้มไปอีกด้านแบบสดๆเลย (จากภาพ เจ้าหน้าที่กำลังแทงเหล็กจากด้านข้างอยู่)
ซ้ายล่าง – เรามามองผลงานด้านตรงบ้าง เหล็กแหลมถูกแทงสวนกันไปมาจากแก้มทั้งสองฝั่งอย่างที่เห็น
ขวาล่าง – ขอปิดท้ายม้าทรงคนนี้กับด้ามพลั่วที่เสียบทะลุแก้ม ขณะเดียวกัน เข็มเล่มเล็กๆมากมายก็สอยอยู่ตามใต้ชั้นผิวหนังที่แขนทั้งสองฝั่ง




จากขั้นตอนที่สอง เรามาถึงขั้นตอนสำคัญที่สามแล้ว นั่นคือ พิธีแห่พระรอบเมือง ซึ่งมีหลายอย่างที่ต้องแถลงให้ฟัง
บน – ชาวภูเก็ต นักท่องเที่ยวไทยเทศ นักข่าว และช่างภาพทั่วโลกต่างมายืนรอชมและเก็บภาพพิธีแห่พระตลอดสองข้างทาง ท้องถนนแน่นขนัดไปด้วยประชาชนแบบไม่เหลือช่องไฟให้แทรกตัวเลย ทุกคนจดจ่ออยู่กับม้าทรงที่กำลังเดินมาและขบวนเกี้ยวหามพระที่มาให้พร
- และแล้วม้าทรงก็มาถึง ตอนนี้หลายคนเก็บภาพกันจ้าละหวั่น
ซ้ายบน – ม้าทรงคนแรกจัดหนักมาแต่ไกล เขานั่งอยู่หน้ารถที่ขับช้าๆ ถือใบเลื่อยขนาดใหญ่ แล้วเลื่อยลิ้นตัวเองไปมาแบบซ้ายทีขวาที เราจะเห็นเลือดไหลอาบหน้าอกของม้าทรงตลอดเวลา ส่วนพี่เลี้ยงก็คอยเดินตามประกบ
ขวาบน – ม้าทรงคนต่อมาแย่งซีนอีกแล้วเพราะนำแท่งเหล็กขนาดยาวเสียบสับปะรด ผู้ช่วยหลายคนคอยประคองสับปะรดไว้ด้านหนึ่ง ส่วนปลายเหล็กอีกด้านก็แทงทะลุแก้ม โดยม้าทรงจะจับเหล็กด้านของตนเองไว้
ซ้ายล่าง – ม้าทรงคนต่อมาสร้างความระทึกใจไม่แพ้กันเพราะนำมีดหลายเล่มเสียบทะลุแก้มทั้งสองด้าน แล้วคอยประคองใบมีดไว้ (จากภาพ เราจะเห็นพี่เลี้ยงม้าทรงเดินตามประกบพร้อมทิชชู่ในมือเพื่อคอยซับเลือดที่ไหลออกมา ขณะเดียวกันในตัวจะมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานด้วย ส่วนเจ้าหน้าที่อีกคนก็อุ้มพระจีนประจำม้าทรงเดินเคียงข้าง)
ขวาล่าง – สำหรับม้าทรงสองคนนี้ นอกจากแทงเหล็กแหลมเข้ากระพุ้งแก้มแล้ว ยังแทงเหล็กจากใต้ริมฝีปากล่างทะลุขึ้นมาด้านบนด้วย
ล่าง – และเมื่อขบวนแห่พระเดินผ่านจุดใดก็ตาม ความชุลมุนวุ่นวายก็บังเกิด ผู้คนต่างเฮโลเข้าไปดูและยกกล้องกับมือถือขึ้นถ่ายรูปและอัดคลิป




เมื่อม้าทรงเดินผ่านบ้านเรือนหรือห้างร้าน อีกหนึ่งกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ก็คือ การรับพรจากม้าทรง เรามาชมตัวอย่างการตั้งโต๊ะบูชาพร้อมของไหว้กัน
ซ้ายบน – โต๊ะบูชาตามมาตรฐาน
ขวาบน – โต๊ะบูชาแบบอลังการ
ซ้ายกลางบน – ในการจัดโต๊ะบูชานั้น สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ การจุดไม้หอม ทางภาคใต้มีไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า“เทพทาโร่”หรือ”ไม้จวงหอม”ซึ่งเป็นไม้ที่นิยมใช้กัน
ขวากลางบน – เมื่อร่างทรงเดินผ่านมา ก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพระจีนให้ศีลให้พรตามโต๊ะบูชาแต่ละบ้าน
ซ้ายกลางล่าง – ร่างทรงที่หน้าบ้านอีกหลังกำลังให้ศีลให้พรเช่นกัน
ขวากลางล่าง – และทุกๆครั้ง ร่างทรงจะหยิบผลไม้จากโต๊ะบูชาแจกจ่ายให้กับประชาชนเสมือนเป็นผลไม้มงคลจากพระจีนด้วย
- เราไปชมการหามเกี้ยวประทับพระจีนต่อ
ซ้ายล่าง – นอกจากม้าทรงแล้ว ยังมีเกี้ยวพระ(หรือถ้ายเปี้ย)ที่เจ้าหน้าที่ช่วยกันหามออกมาให้พรประชาชนเช่นกัน โดยเป็นพระบูชาของพระจีนองค์ต่างๆจากในศาลเจ้าที่นั่งเกี้ยวออกมา
ขวาล่าง – นาทีสำคัญก็มาถึงเมื่อขบวนพระเกี้ยวใหญ่ซึ่งเป็นที่ประทับของเตียนฮูหง่วนโส่ย(หรือพระประธานของศาลเจ้า)ได้เดินทางมาถึง ภายในเกี้ยวมีฉัตรจีนกั้นอยู่และต้องใช้กำลังคนหลายคนในการหามเกี้ยว โดยประชาชนต้องนั่งลงเพื่อแสดงถึงความเคารพ




อีกหนึ่งไฮไลต์ที่เป็นสีสันก็คือ การจุดประทัดปาใส่ขบวนเกี้ยวพระ
ซ้ายบน – เมื่อขบวนเกี้ยวพระผ่านมาถึงหน้าบ้านของใคร ผู้คนก็จะจุดประทัด แล้วปาใส่เกี้ยว ภาพนี้เป็นวินาทีที่เริ่มปา เสียงประทัดสนั่นหวั่นไหวจริงๆ
ขวาบน – เมื่อมีคนโหมปาประทัดรัวเป็นตับใส่เกี้ยวพระจากทุกทิศมากขึ้น แสงประทัดเลยสว่างไสวทั้งบนเกี้ยวและบนพื้น ขณะเดียวกันบรรยากาศก็เริ่มขมุกขมัวด้วยควันที่หนาทึบ แถมเสียงประทัดก็ดังกระหึ่มโลกอีก (จากภาพ เจ้าของบ้านที่ตั้งโต๊ะอยู่ทางซ้ายของภาพกำลังจุดแผงประทัดในเตาไม้หอม แล้วโยนใส่เกี้ยวพระแบบไม่อ้อนข้อให้ใคร อนึ่ง การจุดประทัดมีความเชื่อว่า เป็นการสะเดาะเคราะห์และจะได้รับโชคดี)
ซ้ายกลาง – ควันโขมงโฉงเฉงจนมองบ้านฝั่งถนนตรงข้ามไม่เห็นแล้ว สถานการณ์ตอนนี้จับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ
ขวากลาง – ทั้งควันทั้งกลิ่นมีพี่เลี้ยงที่เดินตามประกบเกี้ยวพระช่วยสะบัดผ้าให้ทุกอย่างคลี่คลายลง
ซ้ายล่าง – นอกจากปาประทัดใส่เกี้ยวพระแล้ว เมื่อขบวนพระเกี้ยวใหญ่เดินทางมาถึง บรรยากาศก็โกลาหลทันที ประชาชนยกระดับเดซิเบลขึ้นขีดสุด กระพือปาประทัดไม่ยั้ง แถมมีการแขวนประทัดชุดใหญ่ แล้วยื่นไม้เข้าไปบริเวณพระเกี้ยวใหญ่เพื่อให้เสียงดังเปรี้ยงปร้างรับโชคและสิ่งดีๆในชีวิต (จากภาพ พระเกี้ยวใหญ่จะมีคนหามมากมายอย่างที่เห็น)
ขวาล่าง – เมื่อคนหามเกี้ยวพาพระจีนกลับมาสู่ศาลเจ้าดังเดิม ก่อนก้าวข้ามประตู จะมีการแห่เกี้ยวพระวนรอบก่อนเข้าศาลเจ้าด้วย
ล่าง – ปิดท้ายด้วยการจุดประทัดอีกเซ็ตใส่เกี้ยวพระก่อนจะเข้าศาลเจ้า ชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวไทยเทศทั้งสองฟากต่างอลหม่านในการถ่ายรูปขบวนเกี้ยวพระ(ที่ผ่านสมรภูมิประทัดมานานนับชั่วโมง)เพื่อให้ได้รูปที่ดูขลัง




หลังจากพิธีแห่พระเสร็จสิ้น เมื่อม้าทรงกลับมาถึงศาลเจ้า ขั้นตอนต่อไปคือ การนำของมีคมหรือวัตถุต่างๆออกจากร่างม้าทรง
ซ้ายบน – ตอนนี้เจ้าหน้าที่ค่อยๆนำเหล็กแหลมที่แทงรอบริมฝีปากออกมา เลือดไหลกองอยู่บริเวณริมฝีปากล่างค่อนข้างเยอะทีเดียว
ขวาบน – พี่เลี้ยงช่วยซับเลือดจากปากที่ไหลอยู่ (ยังมีเลือดที่ไหลเปรอะชุดยันต์ด้วย)
ซ้ายกลาง – พี่เลี้ยงทยอยนำใบมีดออกจากปากม้าทรงทีละใบ เราจะเห็นรูแผลที่แหวกกว้างของแก้มอันเนื่องมาจากใบมีดหลายใบที่เสียบคาไว้พร้อมกัน
ขวากลาง – ตอนนี้พี่เลี้ยงเทน้ำใส่ปากทีละน้อยเพื่อให้ม้าทรงบ้วนเลือดที่ค้างอยู่ในปากทิ้ง
- หลังจากม้าทรงนำของมีคมออกมาแล้ว ขั้นตอนท้ายสุดก็คือ พิธีอัญเชิญพระจีนออกจากร่าง โดยม้าทรงต้องกลับไปที่ตั๋วพระอีกครั้ง ซึ่งจะมีฮวดกั้ว(หรือล่ามพระจีน)ช่วยทำหน้าที่ ทีมงานขอพาไปดูสักสามตัวอย่าง
ซ้ายล่าง – ในการอัญเชิญพระจีนออกจากร่าง ม้าทรงแต่ละคนจะมีอิริยาบถต่างกันไป (จากภาพ เราจะเห็นหยดเลือดของม้าทรงที่พื้นด้วย)
ขวาล่าง – พี่เลี้ยงจะคอยประกบอยู่ข้างหลังเพื่อประคองหรือจับตัวม้าทรงในกรณีต่างๆ



 

ขั้นตอนทั้งหมดใกล้ถึงเส้นชัยแล้ว
ซ้ายบน – เมื่อพระจีนออกจากร่าง ม้าทรงจะวูบนิ่งไปชั่วขณะ โดยมีฮวดกั้วทำหน้าที่สื่อสารเพื่อให้พิธีลุล่วง หลังจากนั้น ม้าทรงจะได้สติกลับมาอีกครั้ง ทุกอย่างเป็นอันเสร็จสิ้น
ขวาบน – ม้าทรงคนนี้มาในแบบฉบับโลดโผนตามลักษณะของพระจีน
ขวากลาง – โดยกระโดดขึ้นไปบนตั๋วพระ
ขวาล่าง – แล้วดีดตัวหงายกลับมา พี่เลี้ยงต้องรับม้าทรงไว้ให้มั่น จากนั้นฮวดกั้วจะทำหน้าที่เป็นล่ามพระจีนเช่นเดิม
ซ้ายกลาง – ส่วนม้าทรงอีกคนมีอาการตัวเกร็งและส่ายศีรษะไปมา พี่เลี้ยงต้องคอยอุ้มไว้ ขณะเดียวกัน ฮวดกั้วก็ทำหน้าที่สื่อสารไป ก่อนที่ม้าทรงจะสู่ภาวะปกติ
ซ้ายล่าง – เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าทีมงานไม่พูดถึงสิ่งนี้ คงรู้สึกผิดไปชั่วกาล นั่นคือแผงลอยตามทางระหว่างการแห่พระ ซึ่งสินค้าที่เข้าตากรรมการหนีไม่พ้นดอกไม้ไฟ เช่น แผงประทัด กระเทียม ควันสี ไฟเย็น ฯลฯ รวมทั้งไฟแช็กและที่อุดหู ใครอยากซื้อไปร่วมแจม ก็เชิญเลย

TODAY THIS MONTH TOTAL
17 948 45867
Copyright : 2018 KarnDernTang.com ขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ตามกฎหมาย ห้ามทำซ้ำหรือคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทรับทำเว็บไซต์ Design By cw.in.th

Scroll To Top