ผามออีแดง

คำอธิบาย


ผามออีแดงเป็นพลาญหินที่มีจุดชมวิว(ทั้งของประเทศไทยและกัมพูชา)ตามริมหน้าผาตลอดแนวภูเขาจนไปสุดทางที่จุดชมวิวศาลาธงชาติไทย(ซึ่งมีกล้องส่องทางไกลเพื่อมองดูปราสาทพระวิหารอีกฟากด้วย) สถานที่สำคัญของจุดชมวิวบนผามออีแดง(นอกจากเห็นผืนป่าอันกว้างใหญ่แล้ว)ก็ได้แก่ เขาสัตโสมของประเทศไทย เขาภูไทรของประเทศกัมพูชา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดมของประเทศไทย เขาปราสาทพระวิหารของประเทศกัมพูชา ถนนของประเทศกัมพูชา และด่านช่องตาเฒ่าของประเทศไทย ทั้งนี้บนผามออีแดงยังมีสถานที่ให้แวะชมอีกสองแห่งด้วยกันคือ

1.
สถูปคู่ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกบนผามออีแดง สร้างจากหินทรายสีเหลืองตัดแต่งเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมหลังคาบาตรคว่ำ ส่วนบนกลมมนไม่มีประตู สถูปแต่ละหลังมีความกว้าง 193 เซนติเมตรและสูง 420 เซนติเมตร เป็นศิลปะแบบบาปวน ภายในเป็นโพรง มีร่องรอยการลักลอบขุดเจาะเพื่อนำสิ่งของออกไป และยังพบฐานโยนีกับศิวลึงค์ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิด นักวิชาการจึงสันนิษฐานว่า สถูปคู่นี้น่าจะใช้แทนสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์
2.
รูปแกะสลักนูนต่ำโบราณอายุกว่า 1500 ปี ซึ่งอยู่คู่ผามออีแดงมานาน

นอกจากนี้ยังมีวิหารหลวงพ่ออภินิหารนาคปรกเขาพระวิหารให้สักการะอีกด้วย

พลาญหินบนผามออีแดงยังรายล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ เช่น ต้นโมกมัน ต้นเขลง ต้นรัง ต้นมะค่าแต้ ต้นหว้า ต้นพะยูง รวมทั้งสัตว์อีกหนึ่งชนิดก็คือ ลิงที่วิ่งไปมาตามจุดชมวิว บริเวณลานจอดรถยังมีโซนร้านค้าจำหน่ายสินค้าต่างๆ เช่น เสื้อที่ระลึก เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย สินค้าโอท็อป รวมทั้งของกิน เช่น อาหาร ของกินเล่น และเครื่องดื่ม

สำหรับที่มาของชื่อ“ผามออีแดง”มีเรื่องราวดังนี้...

เมื่อปี พ.ศ.2502 ประเทศไทยได้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นโบราณสถานแห่งชาติและมีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวนับตั้งแต่บัดนั้น ต่อมาในปี พ.ศ.2504 มีคณะครูจากอำเภอขุขันธ์มาเที่ยวชมปราสาทพระวิหารด้วยรถหกล้อและเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำบริเวณเนิน 45 ทำให้ครูแดงบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ภายหลังจากเสียชีวิตแล้ว วิญญาณครูแดงได้มาปรากฏตัวให้เจ้าหน้าที่ทหารบนปราสาทพระวิหารเห็นอยู่บ่อยครั้งจนเป็นที่กล่าวขาน จึงมีการทำพิธีกรรมทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ครูแดง หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นวิญญาณของครูแดงอีกเลย ด้วยเหตุนี้เอง ชื่อ“ผามออีแดง”จึงมีที่มาจาก“ผา”หมายถึง“หน้าผา” “มอ”หมายถึง“เนิน” “อี”หมายถึงภาษาท้องถิ่นอีสานที่ใช้เรียกขาน เสมือนญาติใกล้ชิด เช่น อีพ่อ อีแม่ อีนาง เป็นต้น และ“แดง”หมายถึงชื่อของครู“แดง”นั่นเอง



ช่วงนี้ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนกำลังแรงแผ่ลงมา ทำให้ทั้งคืนจนถึงเช้า จังหวัดศรีสะเกษมีอากาศเย็นจับใจ แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบความหนาว การขึ้นเขามาดูพระอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเป็นสีทอง ณ ผามออีแดงคงมีแต่ความสุขและความสมหวัง
บน - มุมกว้างที่ทุกคนเห็นเหมือนกัน เมื่อมองจากผามออีแดงไป ป่าด้านล่างเป็นอาณาเขตของประเทศกัมพูชา มีถนนตัดผ่านไปถึงด่านช่องตาเฒ่าระหว่างพรมแดนประเทศไทยและกัมพูชา ส่วนภูเขาแนวยาวฝั่งตรงข้ามคือ เขาสัตโสม(ซึ่งเป็นของประเทศไทย)และภูเขาทางขวาสุดของภาพคือ เขาภูไทร(ของประเทศกัมพูชา) ตอนนี้ภูเขาทั้งสองลูกมีหมอกจางๆปกคลุม
ซ้ายบน - เมื่อความแรงของแสงชัดขึ้น ทุกอย่างกลายเป็นสีทองอย่างที่เห็น โดยเฉพาะต้นไม้ใบหญ้าในฤดูหนาวที่ช่วยเสริมบรรยากาศเป็นอย่างดี
ขวาบน - แสงตะวันกำลังโผล่(ผ่านต้นไม้ผลัดใบ)ขึ้นมา นักท่องเที่ยวตอนนี้รัวชัตเตอร์ไม่หยุด
ขวาล่าง - ด้านนี้หันไปทางประเทศกัมพูชา แต่มองจากเนินยอดหญ้าสีเขียวสลับเหลืองบนผามออีแดง
ล่าง – เรามาดูประเทศกัมพูชาจากผามออีแดงต่อเนื่องกัน วินาทีนี้จะเห็นหมู่บ้านสะแอมในอำเภอกระสานของจังหวัดพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ประเทศกัมพูชาทั้งหมด




หลังจากเห็นผามออีแดงในหลายๆมุมแล้ว เราไปดูส่วนอื่นๆกันบ้าง
บน – จุดชมวิวที่ได้รับความนิยมคือ ผาฮับตะวัน เนื่องจากเป็นพลาญหินแนวยาวบริเวณหน้าผา เราจึงเห็นนักท่องเที่ยวมากมายยืนเรียงรายท่ามกลางแสงตะวันที่กำลังขึ้น
ซ้าย – จุดชมวิวที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือ ศาลาธงชาติไทย บริเวณนี้เป็นอีกจุดที่มีนักท่องเที่ยวตั้งตารอพระอาทิตย์ขึ้นเช่นกัน
ขวาบน – ป้ายผามออีแดงที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึก
ขวาล่าง – เลยจากศาลาธงชาติไทยไปไม่ไกล เราจะพบสถูปคู่(ที่นักท่องเที่ยวเดินมาถ่ายรูปต่อ)
ล่าง – และจากศาลาธงชาติไทยเช่นเดิม จะมีบันไดเดินเลาะตามหน้าผาลงไปยังรูปแกะสลักนูนต่ำอายุกว่า 1500 ปี



ยังเหลือรายละเอียดเล็กน้อยสำหรับผามออีแดง
บน – จากผามออีแดง เราสามารถเดินอีกไม่กี่ร้อยเมตรเพื่อไปจุดชมวิวประสาทเขาพระวิหารได้ บริเวณนี้เป็นชายแดนไทยกัมพูชาและมีค่ายทหารตั้งฐานทัพอยู่ (จากภาพ ลองสังเกตกลางภาพดีๆ เราจะเห็นบันไดขึ้นเขาพระวิหารจากจุดชมวิวฝั่งไทยได้เลย)
ซ้ายบน - นอกจากสถานที่ต่างๆบนผามออีแดงแล้ว เราขอพาไปชมโซนอาหารเครื่องดื่มและของที่ระลึกเป็นการทิ้งท้าย (จากภาพ บริเวณนี้เป็นทางเข้าโซนดังกล่าว)
ขวาบน – จุดนี้เป็นทางเดินสายใน ซึ่งมีร้านอาหาร ของกินเล่น และเครื่องดื่มอยู่ทางซ้ายตลอดแนว ส่วนทางขวาเป็นซุ้มเสื้อผ้าและสินค้าที่ระลึก
ซ้ายกลาง – จุดนี้เป็นทางเดินสายนอก(ติดกับลานจอดรถ) ทางซ้ายเป็นซุ้มร้านค้าเสื้อผ้าและสินค้าที่ระลึก ส่วนทางขวาเป็นราวแขวนและหุ่นโชว์สินค้าหน้าร้าน (ซึ่งซุ้มทางซ้ายนี้เป็นซุ้มเดียวกันกับซุ้มทางขวาของทางเดินสายในเมื่อสักครู่)
- คราวนี้เราไปดูรายละเอียดข้าวของสักหน่อย
ขวากลาง – ร้านอาหารแต่ละร้านมีโต๊ะเก้าอี้ให้เรียบร้อย ส่วนเมนูก็ไม่ต่างกันมาก อันได้แก่ อาหารตามสั่ง ยำ ต้มแซ่บ ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ไก่ย่าง ชากาแฟ แครกเกอร์ ผลไม้ดอง หมี่กรอบ ไอศกรีม น้ำอัดลม ไข่ทรงเครื่อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำชาเขียว เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำดื่ม
ซ้ายล่าง – เจ้านี้มีเสื้อที่ระลึกผามออีแดง ผ้าพันคอ เสื้อกับกางเกงลายพราง กระเป๋า และหมวก
ขวาล่าง – แผงนี้มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กนั่งเฝ้าร้านแทนพ่อ ส่วนสินค้าที่จำหน่ายเป็นแนวเบ็ดเตล็ด เริ่มตั้งแต่แว่นตา เสื้อ แหวน กำไล สร้อยคอ พวงกุญแจ กระเป๋า พัดพับ ไปจนถึงเสื้อที่ระลึกผามออีแดง

TODAY THIS MONTH TOTAL
35 882 14343
Copyright : 2018 KarnDernTang.com ขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ตามกฎหมาย ห้ามทำซ้ำหรือคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทรับทำเว็บไซต์ Design By cw.in.th

Scroll To Top