ผามออีแดง

คำอธิบาย


ผามออีแดงเป็นพลาญหินที่มีจุดชมวิว(ทั้งของประเทศไทยและกัมพูชา)ตามริมหน้าผาตลอดแนวภูเขาจนไปสุดทางที่จุดชมวิวศาลาธงชาติไทย(ซึ่งมีกล้องส่องทางไกลเพื่อมองดูปราสาทพระวิหารอีกฟากด้วย) สถานที่สำคัญของจุดชมวิวบนผามออีแดง(นอกจากเห็นผืนป่าอันกว้างใหญ่แล้ว)ก็ได้แก่ เขาสัตโสมของประเทศไทย เขาภูไทรของประเทศกัมพูชา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดมของประเทศไทย เขาปราสาทพระวิหารของประเทศกัมพูชา ถนนของประเทศกัมพูชา และด่านช่องตาเฒ่าของประเทศไทย ทั้งนี้บนผามออีแดงยังมีสถานที่ให้แวะชมอีกสองแห่งด้วยกันคือ

1.
สถูปคู่
2.
รูปแกะสลักนูนต่ำโบราณอายุกว่า 1500 ปี

นอกจากนี้ยังมีวิหารหลวงพ่ออภินิหารนาคปรกเขาพระวิหารให้สักการะอีกด้วย

สำหรับที่มาของชื่อ“ผามออีแดง”มีเรื่องราวดังนี้

เมื่อปี พ.ศ.2502 ประเทศไทยได้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นโบราณสถานแห่งชาติและมีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวนับตั้งแต่บัดนั้น ต่อมาในปี พ.ศ.2504 มีคณะครูจากอำเภอขุขันธ์มาเที่ยวชมปราสาทพระวิหารด้วยรถหกล้อและเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำบริเวณเนิน 45 ทำให้ครูแดงบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ภายหลังจากเสียชีวิตแล้ว วิญญาณครูแดงได้มาปรากฏตัวให้เจ้าหน้าที่ทหารบนปราสาทพระวิหารเห็นอยู่บ่อยครั้งจนเป็นที่กล่าวขาน จึงมีการทำพิธีกรรมทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ครูแดง หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นวิญญาณของครูแดงอีกเลย ด้วยเหตุนี้เอง ชื่อ“ผามออีแดง”จึงมีที่มาจาก“ผา”หมายถึง“หน้าผา” “มอ”หมายถึง“เนิน” “อี”หมายถึงภาษาท้องถิ่นอีสานที่ใช้เรียกขาน เสมือนญาติใกล้ชิด เช่น อีพ่อ อีแม่ อีนาง เป็นต้น และ“แดง”หมายถึงชื่อของครู“แดง”นั่นเอง



ช่วงนี้ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนกำลังแรงแผ่ลงมา ทำให้ทั้งคืนจนถึงเช้า จังหวัดศรีสะเกษมีอากาศเย็นจับใจ แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบความหนาว การขึ้นเขามาดูพระอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเป็นสีทอง ณ ผามออีแดงคงมีแต่ความสุขและความสมหวัง
บน - จุดชมวิวมุมกว้างของผามออีแดง ตอนนี้มีหมอกจางๆและแสงแดดปกคลุมอยู่ (จากภาพ ป่าด้านล่างเป็นอาณาเขตของประเทศกัมพูชาและมีถนนตัดผ่านไปถึงด่านช่องตาเฒ่าระหว่างพรมแดนประเทศไทยและกัมพูชา ส่วนภูเขาแนวยาวฝั่งตรงข้ามคือ เขาสัตโสม(ซึ่งเป็นของประเทศไทย) ขณะที่ภูเขาทางขวาสุดคือ เขาภูไทร(ซึ่งเป็นของประเทศกัมพูชา))
ซ้าย - เมื่อความแรงของแสงชัดขึ้น ทุกอย่างกลายเป็นสีทองอย่างที่เห็น โดยเฉพาะต้นไม้ใบหญ้าในฤดูหนาวที่ช่วยเสริมบรรยากาศเป็นอย่างดี
ขวาบน - ทิวทัศน์ของต้นไม้ที่ผลัดใบอีกด้านหนึ่ง
ขวาล่าง - มุมนี้มองจากเนินยอดหญ้าสีเขียวสลับเหลืองบนผามออีแดง วินาทีนี้จะเห็นหมู่บ้านสะแอมในอำเภอกระสานของจังหวัดพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ประเทศกัมพูชาทั้งหมด
ล่าง – จุดชมวิวที่ได้รับความนิยมคือ ผาฮับตะวัน เนื่องจากเป็นพลาญหินแนวยาวบริเวณหน้าผา เราจึงเห็นนักท่องเที่ยวมากมายยืนเรียงรายท่ามกลางแสงตะวันที่กำลังขึ้น พร้อม
รัวชัตเตอร์ไม่หยุด (จากภาพ บริเวณพลาญหินนี้รายล้อมด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ เช่น ต้นโมกมัน ต้นเขลง ต้นรัง ต้นมะค่าแต้ ต้นหว้า ต้นพะยูง ฯลฯ รวมทั้งลิงที่วิ่งไปมาบนจุดชมวิว)



หลังจากเห็นผามออีแดงในหลายๆมุมแล้ว เราไปดูส่วนอื่นๆบ้าง
ซ้ายบน – จุดชมวิวที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือ ศาลาธงชาติไทย บริเวณนี้เป็นอีกจุดที่มีนักท่องเที่ยวตั้งตารอพระอาทิตย์ขึ้น
ขวาบน –
รูปแกะสลักนูนต่ำอายุกว่า 1500 ปี (จากภาพ บริเวณศาลาธงชาติไทยจะมีบันไดเดินลงตามหน้าผาไปยังรูปแกะสลักนูนต่ำนี้)
ขวากลาง – สถูปคู่ (จากภาพ สถูปนี้อยู่ทางทิศตะวันตกบนผามออีแดง สร้างจากหินทรายสีเหลืองตัดแต่งเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมหลังคาบาตรคว่ำ ส่วนบนกลมมนไม่มีประตู สถูปแต่ละหลังมีความกว้าง 193 เซนติเมตรและสูง 420 เซนติเมตร เป็นศิลปะแบบบายน ภายในเป็นโพรง มีร่องรอยการลักลอบขุดเจาะเพื่อนำสิ่งของออกไป และยังพบฐานโยนีกับศิวลึงค์ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิด นักวิชาการจึงสันนิษฐานว่า สถูปคู่นี้น่าจะใช้แทนสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์)
กลาง –
จากผามออีแดงไปสองสามร้อยเมตร นักท่องเที่ยวจะพบจุดชมวิวประสาทเขาพระวิหารได้ บริเวณนี้เป็นชายแดนไทยกัมพูชาและมีค่ายทหารตั้งฐานทัพอยู่ (จากภาพ ลองสังเกตกลางภาพดีๆ เราจะเห็นบันไดขึ้นเขาพระวิหารจากจุดชมวิวฝั่งไทยได้)
ซ้ายล่าง - ป้ายผามออีแดง(ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก)
ขวาล่าง - นอกจากสถานที่ต่างๆบนผามออีแดง ทีมงานขอแจกแจงโซนอาหารเครื่องดื่มและของที่ระลึกเป็นการทิ้งท้าย โซนขายของจะเป็นเพิงอาคารโครงเหล็กสร้างติดกันเป็นหลังๆยาวเป็นสองฝั่ง ซึ่งทั้งสองฝั่งจะยาวขนานกันและเว้นพื้นที่ตรงกลางเป็นทางเดินให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายข้าวของทั้งซ้ายและขวา โดยทางซ้ายเน้นหมวดอาหาร ของกินเล่น และเครื่องดื่ม ส่วนทางขวาเน้นเสื้อผ้า ของใช้ และสินค้าที่ระลึก แต่สำหรับล็อกทางขวาในเพิงอาคารยาวนี้ แต่ละเจ้าจะหันหน้าร้านได้สองฝั่งคือ หันเข้าทางเดินตรงกลางนี้และหันหน้าออกไปทางเดินฝั่งถนนและลานจอดรถด้วย สำหรับอาหาร ของกินเล่น และเครื่องดื่มของเพิงอาคารซ้ายมือเริ่มตั้งแต่อาหารตามสั่ง(เช่น กะเพราหมูไก่หมึกและกุ้ง คะน้าหมูกรอบ ต้มยำปลานิล ยำไข่เยี่ยวม้า เกาเหลาเลือดหมู ผัดพริกแกงกุ้งไก่และหมู ยำเล็บมือนาง ยำหมูยอ สุกี้น้ำ ยำไข่เยี่ยวม้า ฯลฯ) ปลาเผา ลูกชิ้นนึ่ง ต้มแซ่บ ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ชากาแฟ ข้าวจี่ แครกเกอร์ ผลไม้ดอง มันฝรั่งทอดกรอบ เครื่องดื่มเกลือแร่ หมี่กรอบ ขนมถั่วลันเตาอบกรอบ ขนมจีบ ซาลาเปา ไอศกรีม น้ำอัดลม ไข่ทรงเครื่อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำชาเขียว เครื่องดื่มมอลต์รสช็อกโกแลต เครื่องดื่มคอลลาเจนสำหรับผู้ชาย นมกล่อง นมถั่วเหลือง นมเปรี้ยวรสผลไม้รวม กาแฟกระป๋อง เครื่องดื่มชูกำลัง ไปจนถึงน้ำดื่ม ส่วนล็อกในเพิงอาคารทางขวมีสินค้าดังนี้ เสื้อที่ระลึกผามออีแดง ผ้าพันคอ ของเล่นเด็ก หมวกไหมพรม ผ้าเช็ดหน้า ยางรัดผม ต่างหู เสื้อกับกางเกงลายพราง ผ้าถุง เสื้อลูกไม้ เสื้อผ้าพื้นเมือง เสื้อผ้าชาวเขา กระเป๋า หมวกแฟชั่น แว่นตา แหวน กำไล สร้อยคอ พวงกุญแจ และพัดพับ

TODAY THIS MONTH TOTAL
120 1414 83617
Copyright : 2018 KarnDernTang.com ขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ตามกฎหมาย ห้ามทำซ้ำหรือคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทรับทำเว็บไซต์ Design By cw.in.th

Scroll To Top