ท่าปอมคลองสองน้ำ

คำอธิบาย


“ท่าปอม”เป็นชื่อที่ชาวตำบลเขาครามใช้เรียกผืนป่าที่ติดเชิงเขาหนองเคียนและเขาท่าปอม ไม่เพียงแต่เป็นป่าทึบเขียวชอุ่มตลอดปี ท่าปอมยังเป็นต้นกำเนิดของลำคลองสายสั้นๆที่มีน้ำใสราวกับแก้วผลึก แล้วไหลออกสู่ทะเลอันดามันด้วย คลองสายนี้ผูกพันกับความเป็นอยู่และความเชื่อของชาวตำบลเขาครามมานานนับศตวรรษแล้ว ในความรกทึบของป่าท่าปอมยังเป็นต้นกำเนิดของพุน้ำจืดจากใต้ภูเขา แล้วไหลมารวมในแอ่งน้ำใสสีไพลิน ส่งประกายระยิบระยับท้าแสงตะวัน จนชาวบ้านที่เข้าไปพบ มีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า สถานที่นี้เป็นดินแดนอาถรรพ์และมีเหล่าภูตคอยปกปักอยู่ ตำนานความเชื่อนี้นับย้อนกลับไปเมื่อ 130 ปีก่อน เมื่อโต๊ะปอม โต๊ะหมัน และนายกาแมะ(กล่าวกันว่าเป็นผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า)ได้นำครอบครัวเข้ามาบุกเบิก อาศัยในป่าที่ไม่มีใครกล้าเข้ามา ครอบครัวกลุ่มนี้ได้รับประโยชน์จากผืนป่า รวมทั้งอาศัยเส้นทางตามคลองเล็กๆผ่านป่าโกงกางออกไปทำประมง ซึ่งทุกคนต่างก็มีความสุขตามอัตภาพ

เหนือคลองท่าปอมขึ้นไปจรดเชิงเขาหนองเคียนมีแอ่งน้ำกลางป่าขนาดใหญ่ 2 แอ่ง แอ่งแรกเป็นแอ่งสีเขียวมรกตใกล้ช่องเขา บริเวณนี้น้ำลึกจนหยั่งไม่ถึง และเนื่องจากมีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ ชาวบ้านจึงเรียกแอ่งนี้ว่า“สระน้ำช่องพระแก้ว” ใต้แอ่งน้ำช่องพระแก้วเป็นทางน้ำใต้ดิน ซึ่งไม่มีผู้ใดบอกได้ว่า ทางน้ำนั้นไหลไปที่ใด กระทั่งมีชายชราซึ่งเป็นที่ยอมรับของคนในหมู่บ้านได้ทดสอบโดยการนำแกลบมาโรยกลางแอ่งน้ำ แกลบถูกกระแสน้ำกลืนหายไปตามช่องทางลึกลับ ต่อมาไม่นานก็มาปรากฏในแอ่งสีไพลิน ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในดงหลุมพีและต้นหมากของป่าพรุน้ำจืด ชาวบ้านจึงเรียกแอ่งที่สองนี้ว่า”แอ่งท่าปอม” ภายใต้น้ำที่ใสราวกับไพลินของแอ่งท่าปอมมีทางน้ำใต้ดิน ซึ่งน้ำจากแอ่งนี้ไหลต่อไปเป็นคลองท่าปอมนั่นเอง

กล่าวกันว่า ในอดีตชาวบ้านมักเห็นจระเข้ขาวปรากฏตัวอยู่ในแอ่งน้ำหรือต้นคลองอยู่เนืองๆ เชื่อกันว่าเป็นจระเข้เจ้าที่ที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาป่าผืนนี้ไว้และมีความเชื่ออีกว่า ในวันเสาร์และวันอังคาร ห้ามลงอาบน้ำในคลองเพราะจะทำให้เกิดอาเพศต่างๆ โดยทุกปีในเดือนหกซึ่งตรงกับเดือนพฤษภาคม(ช่วงต้นฤดูมรสุม)จะมีพิธีส่งเคราะห์ร้ายและความเจ็บไข้ได้ป่วยไหลไปกับสายน้ำเพื่อให้หมู่บ้านสงบสุข และนับตั้งแต่ครอบครัวผู้บุกเบิกเข้ามาอยู่อาศัย ชุมชนกลางป่าก็ขยายตัวออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่ยึดมั่นเสมอมาก็คือ จารีตชุมชนที่เข้มงวด นั่นคือการไม่ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในป่าท่าปอม อีกทั้งวิถีชีวิตที่เรียบง่ายจึงทำให้ป่าผืนนี้ปลอดภัยจากการคุมคาม(ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องป่าชุมชนยุคใหม่)

คลองท่าปอมมีความยาวทั้งสิ้น 2.5 กิโลเมตร ก่อนจะไหลไปรวมกับคลองกรวดเกิดเป็นคลองใหญ่ที่เรียกว่า“คลองปาหรี” จากนั้นก็ไหลออกทะเลอันดามัน แม้จะมีระยะทางเพียง 2.5 กิโลเมตร แต่คลองท่าปอมก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่น่ามหัศจรรย์ กล่าวคือป่าโกงกางผืนใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลอง ในช่วงที่น้ำไหลออกจากแอ่งท่าปอมผ่านที่ราบต่ำ จะเกิดป่าพรุน้ำจืดช่วงกลางของลำคลอง แต่เมื่อน้ำทะเลหนุนขึ้นสูงในคืนเดือนเพ็ญ น้ำทะเลก็ทำให้คลองกลายเป็นน้ำกร่อยในช่วงสั้นๆได้ ลักษณะเช่นนี้จึงเกิดระบบนิเวศสองถิ่นป่าขึ้น นั่นคือเมื่อน้ำเค็มพัดพาเอาฝักโกงกางและพืชพรรณจากท้องทะเลเข้ามาในแผ่นดิน ต้นโกงกางบางส่วนก็สามารถปรับตัวงอกงาม ขณะที่ไม้จากป่าพรุน้ำจืดก็ปรับตัวจนสามารถทนต่อน้ำเค็มที่หนุนขึ้นมาได้เช่นกัน เราจึงพบเห็นต้นโกงกางแผ่รากค้ำยันออกไปปะปนกับต้นชมพู่น้ำ ไม้ทั้งสองชนิดนี้ถือเป็นตัวแทนของป่าสองถิ่นที่มาบรรจบกัน ซึ่งปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่สามารถพบเห็นได้ง่ายนักในพื้นที่อื่นๆ ชื่อ“คลองสองน้ำ”จึงมาจากลำคลองที่มีทั้งช่วงน้ำจืดสนิทและช่วงน้ำเค็มกร่อยนั่นเอง ชาวบ้านมักเรียกรวมกันว่า“ท่าปอมคลองสองน้ำ”



ธรรมชาติมักมีเรื่องฉงนสนเท่ห์และน่าค้นหาเสมอ หากไม่เห็นด้วยตาตนเอง ก็ไม่อยากเชื่อว่า ท่ามกลางป่าเขา นอกจากความสวยงามของน้ำจืดที่ใสราวกระจก ยังมีรากไม้ริมสายน้ำที่แปลกตาคล้ายนิยายแฟนตาซีอีก
บน – ภาพแอ่งน้ำท่าปอมที่มีน้ำไหลมารวมตัวกัน ก่อนไหลลงคลองท่าปอมต่อไป จุดนี้ทำให้เห็นความนิ่งของน้ำที่ใสในแอ่ง ความใสราวกระจกทะลุทะลวงสู่พื้นด้านล่างจนเห็นกรวดหินดินทรายทุกเม็ด ขณะเดียวกันรากไม้ของต้นชมพู่น้ำที่เลื้อยไปมาก่อนหยั่งลงน้ำ ก็สร้างเสน่ห์ลึกลับให้นักท่องเที่ยวตลอดทางเช่นกัน



 

ไปต่อเนื่องกับวิวทิวทัศน์เลย
ซ้ายบน – น้ำท่าปอมไหลมาจากพุน้ำจืดต้นน้ำที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า แล้วพัดพาความใสของน้ำจืด
ผ่านเส้นทางนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องจนเห็นพื้นน้ำเป็นสีเขียวทั้งสาย
ขวาบน – ก้อนหินขนาดเล็กใหญ่เรียงรายอยู่ใต้น้ำพื้นล่าง
ขวากลางบน – ในวันที่มีแสงแดดตกกระทบลงสู่ผิวน้ำ
ซ้ายกลาง – รากของต้นชมพู่น้ำพันเกี่ยวเลี้ยวลดไปมาตลอดลำน้ำ ช่วยเสริมเสน่ห์ให้แอ่งท่าปอมเป็นทวีคูณ
ขวากลางล่าง – ทางเดินศึกษาธรรมชาติทำให้นักท่องเที่ยวเห็นไม้ของป่าสองถิ่นขึ้นมากมาย ซึ่งมีต้นไม้ที่โดดเด่นดังนี้ ตะบูนขาว ตะบูนแดง ชมพู่น้ำ ลำพู น้ำนอง หงอนไก่ทะเล มะนาวผี ลูกชก แดงน้ำ หมากเจ มะคะ หว้าน้ำ เหงือกปลาหมอ ตาตุ่มทะเล จาก ตังหน พังกาหัวสุมดอกขาว และตีนเป็ดทะเล (จากภาพ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2544 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถและสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมป่าต้นน้ำแห่งบ้านหนองจิกและทรงเรือแคนูชมธรรมชาติของคลองสองน้ำ หลังจากนั้นชาวบ้านหนองจิกและองค์การบริหารส่วนตำบลเขาครามจึงกำหนดพื้นที่ป่าท่าปอมให้เป็นป่าชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการสร้างสะพานทางเดินทอดผ่านป่าพรุน้ำจืดและรอยต่อป่าสองถิ่นแห่งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวสัมผัสและชื่นชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด)
ซ้ายล่าง – เมื่อพ้นแอ่งท่าปอมและต้นน้ำมาแล้ว บริเวณคลองท่าปอมที่ไกลออกมาได้จัดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำด้วย ซึ่งประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี
ขวาล่าง – ตรงลานจอดรถก่อนเข้าสู่ทางเดินศึกษาธรรมชาติมีอาคารห้องแถวแบ่งเป็นล็อกๆเปิดบริการของกินของใช้ให้นักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนมากเป็นของกิน เท่าที่เห็นมีประมาณ 7-8 ร้าน เช่น ร้านอาหารตามสั่ง ร้านชากาแฟ ร้านของกินเล่นทั่วไป ฯลฯ (จากภาพ ขอสุ่มตัวอย่างมาหนึ่งร้าน สินค้าร้านนี้เริ่มตั้งแต่เครื่องดื่มใส่น้ำแข็งคือ น้ำอัดลม น้ำเฉาก๊วยนมสด และน้ำอ้อย ต่อด้วยน้ำแข็งไส กะปิ ขนมขบเคี้ยว ปลาแห้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์เผา งาพอง และกุ้งฝอยแห้ง รวมทั้งเครื่องดื่มในตู้แช่เย็น เช่น น้ำชาเขียว น้ำดื่ม น้ำอัดลม นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มมอลต์ กาแฟ ฯลฯ ทั้งนี้ยังมีหมวกแฟชั่นกันแดดมาจำหน่ายเพิ่ม)

TODAY THIS MONTH TOTAL
19 972 12925
Copyright : 2018 KarnDernTang.com ขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ตามกฎหมาย ห้ามทำซ้ำหรือคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทรับทำเว็บไซต์ Design By cw.in.th

Scroll To Top